พรสวรรค์มิได้ดีนัก เจ้าจะไม่มีทางบรรลุมันในเวลาอันสั้นได้ เจ้าไม่ต้องรีบหรอก…”
วิ้ง!
เหมียวเสียยังพูดไม่ขาดคำ เสียงประหลาดก็ดังขึ้น สุญตาใกล้เคียงสั่นกระเพื่อม แสงสีดำแผ่ปกคลุมไปทั่วทิศ
มันเป็นแสงสีดำแท้ ๆ แต่กลับดูสว่างไสวสุดขั้ว
ที่มาของแสงสีดำนี้ก็คือวิญญาณศึกสีดำบนตัวเจียงผิงอัน
ดวงตาของเจียงผิงอันปิดลง แม้อยู่ในสภาพต่อสู้ กล้ามเนื้อของเขากลับผ่อนคลาย หลบเลี่ยงการโจมตีของวิญญาณศึกสีทองของเหมียวเสียโดยสัญชาตญาณ แล้วฉวยโอกาสตอบโต้ทันที
เหมียวเสียซึ่งกำลังดื่มสุราเบิกตา เด้งตัวลุกขึ้นนั่งทันที มองเจียงผิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ
“สภาวะลืมตัวตน! เป็นไปไม่ได้!”
นี่ล้อเล่นอะไรอยู่ พอบอกชายผู้นี้ว่าจะได้พลังนี้เช่นไร เขาก็ทำได้ทันที!
แม้เหมียวเสียจะไม่อยากเชื่อ แต่ก็เห็นได้จากสภาวะปัจจุบันของเจียงผิงอันว่าเขาเข้าสู่สภาวะลืมตัวตนแล้วจริง ๆ
สุราในไหกระฉอกหก แต่เหมียวเสียมิได้สังเกต นางจ้องมองเจียงผิงอันตาค้าง
ชายผู้นี้ปกคลุมด้วยวิญญาณศึกสีดำ ดูประหนึ่งขุนพลหาญเพิ่งหวนกลับจากสมรภูมิ ปราณในกายเพิ่มพูนต่อเนื่อง
หลังตะลึงอยู่นาน เหมียวเสียก็ยอมรับสัจธรรมอย่างไม่เต็มใจ
สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของนางซับซ้อนยิ่ง
นางใช้เวลาหนึ่งปี ผนวกกับความช่วยเหลือจากบิดาและผู้อาวุโสมากมาย กว่าจะเข้าสู่สภาวะลืมตัวตนได้
แต่พอนางบอกวิธีใช้วิญญาณศึกกับชายผู้นี้จบ ชายผู้นี้ก็เข้าสู่สภาวะลืมตัวตนทันที!
หากคิดจะบรรลุพลังนี้