ร้างม้านั่งน ้าแข็งขึ้นตัวหนึ่ง ใช้สองมือจัดอาภรณ์แล้วหย่อนสะโพกมนนั่งลงบนม้านั่งน ้าแข็ง
“หวังว่าจะจับมัจฉาโกลาหลได้สักหน่อย ออกจากที่บ้า ๆ นี่ได้เร็วๆ นะ”
กู้ไป๋หลิงเกลียดโลกใบน้อยแห่งนี้ยิ่ง อันตรายมีมากเหลือเกิน
นางก่อปราณเป็นเส้นไหม มัดหนอนอันปนเปื้อนปราณโกลาหลที่ส่วนหัว แล้วโยนมันลงไปในธารทมิฬ
ธารทมิฬแห่งนี้ลึกยิ่ง กฎแห่งแรงโน้มถ่วงแปรเปลี่ยนไปมา ยากจะมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายใน จิตสัมผัสตรวจสอบได้ไม่ไกล จะจับมัจฉาโกลาหลได้หรือไม่ล้วนขึ้นกับดวง
บางคนต้องนั่งนิ่งกับที่เป็นร้อย ๆ ปี เพื่อที่จะจับมัจฉาโกลาหล
คนทั้งห้าแยกกันตกปลา ระยะห่างแยกกันไกลยิ่ง นั่งอยู่เช่นนี้สามวัน แต่สายเบ็ดก็หามีปฏิกิริยาไม่
พวกเจินหย่งทั้งสามก็เสียเหยื่อไปตัวหนึ่งเพราะจมสายเบ็ดลึกเกินไป จนถูกกฎแรงโน้มถ่วงใต้สายธารลึกฉีกกราชาก
ขณะนี้ สายเบ็ดในมือกู้ไป๋หลิงเกิดปฏิกิริยา นางกำมือ เกร็งกล้ามเนื้อ ดึงสายเบ็ดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ยามวารีกระฉอกรุนแรง มัจฉาซึ่งเรืองประกายเจ็ดสีตัวหนึ่งที่ติดกับสายเบ็ดก็พุ่งขึ้นจากสายธาร
มัจฉาตัวนี้มีรูปลักษณ์พิเศษยิ่ง ตัวของมันโปร่งใส ความยาวราวสามฉื่อหนึ่งชุ่น เรืองรองเช่นแก้วผลึก มีแสงเจ็ดสีเวียนวนในกาย
ปรากฏว่านี่ก็คือมัจฉาโกลาหล
“ฮ่า ๆ แค่สามวันข้าก็จับได้แล้วตัวหนึ่ง โชคดีเสียจริง”
รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าขาวเนียนดุจน ้านมของกู้ไป๋หลิง นางเปิดโลกใบน้อยในกาย โยนมัจฉาโกลาหลเข้าไปทันที