เยี่ยเฮ่าเทียนมาก่อน จึงทราบความแข็งแกร่งของผู้ฝึกตนจากภพเซียน
“ทำไมผู้ฝึกตนจากภพบุกเบิกตาขาวจริง? งั้นก็อย่ามาเกะกะ เราสามคนรุมเข้าไป!”
เจินหย่งชำเลืองเจียงผิงอันอย่างดูแคลน ก่อนจะพุ่งเข้าใส่ทวารบาลร่วมกันสหายทั้งสอง
เจียงผิงอันส่ายหัวอย่างจนใจ คนเหล่านี้ต้องเรียกสติจริงแท้
“เจ้ารู้จักตัวเองดีนะ” กู้ไป๋หลิงชำเลืองเจียงผิงอันเล็กน้อย “เจ้าจะอายุยืนกว่าสามคนนั้น”
เจินหย่ง ซูปิงและมั่วพุ่งเข้าใส่ทวารบาลแล้ว
ผู้ฝึกกายาเจินหย่งและผู้ฝึกกระบี่ซูปิงจู่โจมเบื้องหน้า ขณะที่มือสังหารมั่วหายตัวจากที่ไปโจมตีตลบหลัง
ทวารบาลเสี่ยวเลี่ยงยิ้มเหยียด มือขวาจับกระบี่ที่เอว ใช้หัวแม่มือดีดด้ามกระบี่ เผยตัวกระบี่ขึ้นหนึ่งชุ่นอย่างเฉียบพลัน ปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวทะยานออกไป
พริบตานั้น ทั้งสามก็เหมือนแน่นิ่งกับที่ ดวงตาเบิกกว้างอย่างขวัญผวา เหงื่อหยดไหลตามหน้าผาก
ที่แก้มพวกเขาปรากฏบาดแผลเส้นหนึ่ง โลหิตหยดหนึ่งย้อยหยดคละเม็ดเหงื่อลงบนพื้น
ทั้งสามเห็นเพียงเงากระบี่ตวัดไหวตรงหน้าหนึ่งหน มิอาจเห็นว่าอีกฝ่ายชักกระบี่เช่นไรสักนิดเดียว
หากอีกฝ่ายคิดเอาชีวิตพวกเขา พวกเขาคงตายไปแล้ว
ความเร็วกระบี่นี่มันอะไรกัน!
ด้วยระดับเช่นนี้ กลับเป็นเพียงทวารบาลคนหนึ่งในสำนักเซียนอวี่หวง…
พวกเขาสามคนผนึกกำลังโจมตี แต่กลับถูกสยบราบคาบในกระบวนเดียว…
ความต่างชั้นมหาศาลนี้กระทบกระเทือนจิตใจทั้งสามอย่างยิ่งเนิ่นนานก็มิอาจฟื้นคื