น
ทวารบาลเสี่ยวเลี่ยงหดหัวแม่มือ กระบี่เลื่อนตัวกลับลงในฝัก ราวเขามิเคยชักมันออกมาเลย
เขายืดตัวยืนตรงราวมิเคยขยับ แน่นิ่งอยู่หน้าค่ายกลเคลื่อนย้ายสุดแสนธรรมดาสามัญมิต่างจากทวารบาลหลายสิบคนที่อยู่กับเขา
“ใจเย็นลงแล้ว?”
กู้ไป๋หลิงพอใจกับปฏิกิริยาของทั้งสามยิ่ง “บทเรียนแรกในการมายังภพเซียน ยอมรับความธรรมดาของตนเองเสีย”
“แต่ก็มิต้องอึดอัดใจอะไรขนาดนั้นหรอก การได้เป็นทวารบาลขั้นต ่าก็ต้องมีพรสวรรค์ระดับกลางในสำนักเซียนอวี่หวงแล้ว”
“ระดับของเจ้าในขณะนี้อยู่ในระดับกลางค่อนต ่า มิได้ต ่าต้อย”
“นอกจากนั้น การมาจากภพล่างมิได้หมายความว่าอ่อนแอ เมื่อนานมาแล้ว มีตัวตนไร้เทียมทานผู้หนึ่งมาจากภพล่าง พิชิตทั่วหล้าฆ่าเซียนสวรรค์ ผลาญเซียนแท้ ตั้งสมาพันธ์สำนักเซียน แปรเปลี่ยนครรลองภพเซียน เป็นที่ลือลั่นสะท้านทั่วด้วยตัวคนเดียว”
เมื่อกล่าวถึงคนผู้นี้ แววตาของกู้ไป๋หลิงก็เปี่ยมความชื่นชม
คนทั้งสามซึ่งหัวใจแทบสลายรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยนามได้ยินเช่นนี้
ในภพล่าง พวกเขาไร้เทียมทาน แต่ที่นี่ พวกเขาถือได้เพียงอยู่ในระดับกลางค่อนต ่า
ยังดีที่มิได้ต ่าต้อย
ยิ่งกว่านั้น พลังต่อสู้อ่อนแอยามนี้ มิได้หมายความว่าภายหน้าก็ยังดักดาน พวกเขาแค่ไม่มีวรยุทธ์ระดับสูงเท่านั้น
กู้ไป๋หลิงกล่าวได้ถูกต้อง ผู้มาจากภพล่างก็สร้างผลงานได้เช่นกัน
“ศิษย์พี่หญิงกู้ ผู้อาวุโสผู้แปรครรลองภพเซียนท่านนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ?”
ซูปิงสงบใจได้คน