้าสั่งอะไรมาหน่อยเถอะ มิเช่นนั้นข้ามิอาจสงบใจ” ฝ่ามือของปัวซือถูไปมาบนอาภรณ์ อยากจะนำซากศพขึ้นจากพื้น แต่ก็กระดากใจมิกล้า
“หากไม่อยากได้ก็ช่างเถอะ”
ขณะที่เจียงผิงอันกำลังจะเก็บศพเหล่านั้นไป ปัวซือก็รีบคว้าซากทั้งหลายเก็บไปทันที
“ลูกผู้ชายพูดแล้วไม่คืนคำ คำไหนคำนั้น จะกลับคำได้อย่างไร?เราสำนักบัญชาศพจะเป็นสหายอันดีกับนิกายเทวมารชั่วรุ่นสมัยแน่นอน!”
ปัวซือทิ้งวาจาไว้แล้วจากไปอย่างตื่นเต้นพร้อมซากศพ เขาอยากดัดแปลงพวกมันใจจะขาดแล้ว
“เจ้าท่อนไม้!”
เมิ่งจิงเหินเข้าสู่อ้อมแขนของเจียงผิงอัน ถูศีรษะกับแขนของเจียงผิงอันราวเป็นเด็กน้อย
และจะเสวนากันบ่อยครั้งผ่านยันต์สื่อสาร ก็ยังสู้พบหน้ากันจริง ๆมิได้อยู่ดี
“หวาว ป้าเมิ่ง ป้าสวยจังเลย ท่านพ่อข้าเกี้ยวท่านได้อย่างไรกันนี่” เจียงเมี่ยวอีซึ่งอยู่ข้างกันทักยิ้ม ๆ
“พ่อเจ้าเป็นท่อนไม้ จะเกี้ยวหญิงได้อย่างไร”
เมิ่งจิงออกจากอ้อมแขนของเจียงผิงอัน นางกับเจียงเมี่ยวอีสนทนากันบ่อยครั้งผ่านยันต์สื่อสาร ทั้งสองจึงรู้จักกัน
เจียงเมี่ยวอีพลันประจักษ์แจ้ง “ที่แท้ป้าเมิ่งก็เป็นฝ่ายรวบหัวรวมหาง แม่ข้าก็ทำแบบนี้ ป้าเฉียนต้องเป็นแบบนั้นด้วยแน่ ๆ ท่านพ่อข้านี่ชอบให้ใช้กำลังจริง!”
นางกันไปพูดกับหลี่เยว่เยว่ “พี่หญิงเสี่ยวเยว่ พี่ก็ควรใช้กำลังบ้างนะ มิเช่นนั้นท่านพ่อข้าไม่ขยับหรอก”
แก้มของหลี่เยว่เยว่แดงก ่า ลอบชำเลืองเจียงผิงอันราวกำลังคิดแผนบางสิ่ง
ใบหน้าของเจียง