ผิงอันมืดทะมึน ยายหนูเจียงเมี่ยวอีนี่ผีเจาะปากแท้ ๆ พูดอะไรออกมาเช่นนี้ หากนางเป็นบุตรชาย เขาคงถีบส่งสู่จักรวาลพร่างพราวไปแล้ว
เจียงผิงอันเมินบุตรีตนไป “เมิ่งจิง หากเจ้าได้กินผลอัสนีโกลาหลเจ้าจะพัฒนาต่อได้หรือไม่?”
“อาจจะนะ”
เหลยจั้ง ตาของเมิ่งจิงซึ่งยืนอยู่แถวนั้นปริปาก “ยามนี้เสี่ยวจิงมีร่างเซียนอัสนี ความแข็งแกร่งของนางไม่เลว หากนางได้กินผลอัสนีโกลาหล นางก็อาจพัฒนาเป็นร่างเซียนอัสนีโกลาหล ก้าวข้ามบรรพชนไป!”
สายตาของเหลยจั้งสุดแสนโหยหา แต่แล้วก็ถอนใจส่ายหน้า“ผลอัสนีโกลาหลมีอยู่เพียงในเขตหวงห้ามโกลาหล คนนอกมิอาจเข้าไปได้เลย ผลไม้เช่นนี้จึงมิอาจได้มา”
เจียงผิงอันส่งแหวนเก็บของวงหนึ่งให้เมิ่งจิง “ในนี้มีผลอัสนีโกลาหลอยู่สิบผล ลองกินดูก่อน เผื่อจะพัฒนาพรสวรรค์ของเจ้ามากกว่านี้ได้”
ผลไม้เหล่านี้ เขาเป็นคนปลูกมัน หลังจากบ่มเพาะมาเป็นสิบ ๆ ปีพวกมันก็เติบโต
“เจ้าว่าอะไรนะ! ผลอัสนีโกลาหล!”
ดวงตาของเหลยจั้งเบิกถลน โพล่งอุทานออกมาแล้วชะงัก ก่อนจะปรับท่าทีกลับมา เจียงผิงอันต้องล้อเล่นกับเมิ่งจิงอยู่แน่ ๆ เขาเกือบหลงกลแล้วไง
เพื่อกลบเกลื่อนความเสียอาการเมื่อครู่ เหลยจั้งจึงหยอกเล่นกลับไป
“เจ้านิกายเจียง ผลอัสนีโกลาหลมิใช่ผลไม้สามัญนะ อย่าว่าแต่สิบผลเลย ผลเดียวยังยากได้มา หากเจ้าได้ผลอัสนีโกลาหลมาสิบผลจริง ๆ ตาเฒ่าผู้นี้จะเสนอชื่อเจ้าเป็นผู้นำตระกูลเหลย…”
เหลยจั้งยังพูดไม่ทันจบ ผลไม้ซึ่งเปล่งร