เจียงผิงอัน สารเลวนี่ต้องอยากท้าทายรูปสลักของนาง ข่มฤทธิ์นางแน่แท้
หากมิใช่ที่นี่สู้กันมิได้ นางคงฆ่าสารเลวนี่ไปแล้ว
ยามเจียงผิงอันมาถึงตรงหน้านาง เถียนซีก็อ้าปากกว้าง “เจียงผิงอัน อย่าคิดนะว่า…”
ทว่า ยังพูดไม่ทันจบ นางก็เห็นเจียงผิงอันเดินผ่านนางไป มิได้เหลือบแลนางสักนิด
สีหน้าของเถียนซีชะงักค้าง ดวงตาเคืองแค้นพยาบาท ดวงตาอีกหนึ่งคู่งอกขึ้นบนใบหน้า ถลึงมองเจียงผิงอันอย่างเดือดดาล
นางหลงคิดว่าเจียงผิงอันจะมาท้าทาย มิคาดว่าอีกฝ่ายจะไม่สนใจนางสักนิด
เรื่องน่าโมโหกว่าการท้าทายคือการเมินเฉย
เจียงผิงอันมิได้สนใจนางเลย
สิ่งนี้ทำให้เถียนซีแทบระเบิดโทสะ
คนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นเจียงผิงอัน ละสายตาจากเถียนซีเช่นกัน
“หือ? มิใช่คนผู้นั้นบาดเจ็บสาหัสจากยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการจากเคหาสน์เทพจันทรามาก่อนหรือ แค่ห้าวันก็ฟื้นตัวดีแล้ว! อึดอะไรขนาดนั้น?”
“โวยวายอะไร เขาต้องใช้โอสถเยียวยาสักอย่างแน่”
“แต่เขาจะทำอะไรน่ะ ทำไมยังเดินต่อไปอีก? จะท้าทายรูปสลักหรือ?”
“ฮ่า ๆ ท้าทาย? วอนตายเสียมากกว่า ผู้อาวุโสระดับสูงเหล่านี้กระบวนท่าเดียวก็ฆ่าเขาได้แล้ว”
รูปสลักทุกรูปล้วนเป็นเอกบุคคลในยุคสมัย ยืนยงที่นี่เกินนับปีเป็นสิ่งที่ขยะไร้นามมิอาจท้าทาย
หร่านหงเฉินนึกอะไรได้ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนอย่างมหันต์
ก่อนหน้านี้ เจียงผิงอันบอกว่าเขาอยากได้ผลวิญญาณเซียนมหาสุญญะ แต่นางบอกเจียงผิงอันว่าหากอยากได้ผลวิญญาณเซีย