เจียงผิงอันรู้สึกว่า ก่อนออกจากเหย้าครั้งหน้า เขาควรหาศิลาชะตาสรวงมาทำนายชะตาสักหน่อย
จำนวนศัตรูของเขาในภพบุกเบิก มือข้างเดียวก็นับได้
แต่มิคาดว่าจะมาเจอกันที่เคหาสน์เซียนเทียนหลานเสียอย่างนั้น
ยามเผชิญยอดฝีมือขอบเขตบูรณาการนับสิบ ด้วยพลังต่อสู้ปัจจุบันของเจียงผิงอัน คงเป็นไปมิได้ที่จะสะสางหากไม่มีอาวุธวิเศษระดับสูงสุด
นอกจากนั้น สตรีนามเถียนซีผู้นี้ยังมีอาวุธวิเศษระดับสูงสุดเช่นกัน
เรื่องสำคัญที่สุดคือ สตรีผู้นี้ยังมีเสี้ยววิญญาณของบิดานางในตัว มิอาจฆ่าได้เลย
เจียงผิงอันจนปัญญา พุ่งตรงสู่ในเคหาสน์เซียนเทียนหลานอย่างบ้าคลั่ง
ทิวทิศน์รอบกายเขาแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ท้องนภาหม่นดำสลายสิ้น แปรเปลี่ยนสู่ฟ้าสว่าง
ดวงตะวันลอยเคียงจันทราที่สองฟากนภา
ศิษย์เคหาสน์เทพจันทรากลายพันธุ์ทั้งสิบกว่าผู้ไล่ตามมาล้อมเจียงผิงอันไว้อย่างรวดเร็ว
เจียงผิงอันหน้าเสีย ตะโกนถามเถียนซี “กล้าสู้กันตามลำพังหรือไม่!”
“เรามีตั้งเยอะแยะ ไฉนต้องสู้กับเจ้าตัวต่อตัว? ทำลายการฝึกฝนเขาซะ ข้าจะฆ่าเขาด้วยมือข้าเอง”
เถียนซีไร้ความคิดต่อสู้ลำพัง เพราะรู้ว่าตนเอาชนะเจียงผิงอันมิได้
ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ขอเพียงได้ฆ่าเจียงผิงอันด้วยมือตนเองก็พอแล้ว
“ไป!”
เมื่อเถียนซีออกคำสั่ง
ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งก็โจมตีเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันใช้ ‘เวียนกำเนิด’ เรียกภาพฉายของยอดฝีมือขั้นปลายขอบเขตบูรณาการออกมา แล้วระเบิดตนเองทันที
ตู้ม!
คลื่นพลังน่