วงตาก็ฉายแววประหลาดใจ
เขาเลียริมฝีปากแล้วจู่ ๆ ก็พูดขึ้นว่า “คนสวย ฉันไม่ได้อ่อนแอ ยากจน แล้วก็ขี้เหนียวเหมือนคนที่อยู่ข้างเธอ ฉันจะให้หินหยกเลือดไก่กับเธอ พวกเรามาเป็นเพื่อนกันไหม?”
“…” สีหน้าของโจวอี้เจียเปลี่ยนเป็นมืดมนเพราะคำว่าอ่อนแอ ยากจน แล้วก็ขี้เหนียว
ใบหน้าที่ละเอียดอ่อนและสวยงามเศร้าหมองลง
ให้ตายเถอะ ความรวยนี่มันเยี่ยมจริง ๆ เลย!
ท่าทางของเฝ่ยไป๋ลู่ยังคงสงบนิ่งเสมอ “หยกชิ้นนี้ไม่เหมาะที่จะมอบให้ใคร เมื่อหางหัก บุคคลผู้นั้นจะแปดเปื้อนด้วยวิญญาณร้ายและจะโชคร้าย”
“แต่ยังไงคนที่ฉันจะมอบหยกให้ก็คือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยจอมหลอกลวงคนหนึ่ง ทำให้เขาดวงซวยก็เป็นสิ่งที่ฉันต้องการพอดี” หลินเจี้ยนลี่มองเฝ่ยไป๋ลู่ เขาทนไม่ได้ที่จะปล่อยผู้หญิงที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ไป “ถ้าเธอไม่ชอบชิ้นนี้ ฉันซื้ออันอื่นให้เธอดีหรือเปล่า? เธอชื่ออะไร? ไว้วันหลังเราไปกินข้าวด้วยกันไหม?”
“หากมีวาสนาก็จะได้พบ” เธอเหลือบมองเขาแล้วพบบางสิ่งในดวงตาที่ดูคุ้นเคย น้ำเสียงเย็นชา เดินไปทางประตู
หลินเจี้ยนลี่มองเธอเดินไกลออกไป แล้วถึงได้รู้ตัวว่าเขาตกใจกับคำพูดของเธอ จนไม่กล้าไล่ตามไป
เขาส่ายหัวแล้วพูดอย่างเสียดายว่า “วิญญาณชั่วร้ายอะไรกัน พูดจาลึกลับเสียจริง หรือว่าผู้หญิงคนนี้ก็เป็นปรมาจารย์ฮวงจุ้ยงั้นเหรอ? หน้าตาก็ดี เสียดายสมองไม่ดี ทำอะไรหลอกลวงคนอื่น”
“คุณหลิน ห่อตราประทับเรียบร้อยแล้วครับ” เจ้าของร้านส่งของให้หลินเจี