ืดทมิฬได้หรือ?
ครั้งนี้ นิกายเทวมารพินาศแน่!
ไม่กี่วันต่อมา แสงสีเลือดอันน่าขนลุกก็พวยพุ่งจากอาณาเขตเผ่ามารทะลวงสู่ฟ้า กระทั่งผู้คนในนิกายเทวมารยังสัมผัสปราณชวนสะพรึงนี้ได้
ผู้อาวุโสกลุ่มหนึ่งของนิกายเทวมารรีบเร่งไปยังตำหนักเจ้านิกาย
ขณะนั้น เจียงผิงอันกำลังเล่นอยู่กับเจียงเมี่ยวอี
“เจ้านิกาย เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!” เหล่าผู้อาวุโสกล่าวอย่างร้อนใจ
เจียงผิงอันบอกเจียงเมี่ยวอีว่า “เมี่ยวอี เจ้าไปเล่นกับพี่หญิงเสี่ยวไป๋ก่อนนะ”
“พี่หญิงเสี่ยวไป๋น่าเบื่อจะตาย นอกจากยามกิน นางก็เอาแต่อ่านนิยาย”
เจียงเมี่ยวอีบ่นกับเจียงผิงอันก่อนจะวิ่งไปหาเสี่ยวไป๋ที่หลังตำหนัก นางรู้ว่าพวกผู้ใหญ่กำลังจะคุยเรื่องสำคัญกัน
เจียงผิงอันหุบยิ้ม หันไปถามเหล่าผู้อาวุโส “เกิดอะไรขึ้น?”
“จากรายงานของสายสืบที่ฝั่งเผ่ามาร มารสวรรค์ไปยังเผ่ามาร!”
จี้เฟยกล่าวอย่างร้อนใจ “มารสวรรค์ทิ้งศาสตราเซียนและโลหิตหยดหนึ่งให้เผ่ามาร แล้วเผ่ามารก็ใช้โลหิตนี้สร้างอัจฉริยะไร้เทียมทานตนหนึ่ง เตรียมจะใช้มันเล่นงานเจ้านิกาย!”
“นอกจากนั้น ข้ายังได้ยินว่ามารสวรรค์ก็กำลังจะไปพายอดฝีมือจากเขตแดนมารมืดทมิฬมาช่วยด้วย!”
“นิกายเทวมารของเราอยู่ในอันตรายแล้ว!”
สีหน้าของผู้อาวุโสทั้งหลายเปี่ยมความร้อนใจกังวล
พวกเขามิคาดว่าการล้างแค้นของมารสวรรค์จะเกิดขึ้นเร็วเพียงนี้
เจียงผิงอันนั่งบนบัลลังก์เจ้านิกาย ถามขึ้นอย่างเยือกเย็น “ความต่างระหว่างเรากับเผ่าม