กินอย่างอื่นได้ไหมนะ?
“แกอยากกินอะไร” เฝ่ยไป๋ลู่ถาม
งูน้อยส่งเสียง “ฟ่อ” มันบอกว่า…ไม่รู้เหมือนกัน แต่แค่อยากกินน่ะ
มันรู้สึกราง ๆ ว่าถึงจะกินหมด ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้ชายที่อยู่ตรงหน้า
และจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อเขาด้วยซ้ำ
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่เข้าใจความคิดไร้สาระของมัน จึงย่นคิ้วเล็กน้อย “รีบไปเรียนภาษาจีนกลางเถอะ หลังจากเรียนมานาน แกก็ยังไม่สามารถออกเสียงได้แม้แต่พยางค์เดียว แกไม่ละอายต่อสติปัญญาของตัวเองบ้างหรือไง”
เมื่อถูกตำหนิเจ้างูตัวจ้อยก็รู้สึกผิด
ดวงตาสีเข้มของงูตัวน้อยพลันมีน้ำคลอหน่วย
เฝ่ยไป๋ลู่ใจอ่อน “เอาละ ในเมื่อแกบอกว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเวินสืออเหนียน ก็รีบกินมันซะก่อนที่ใครจะรู้”
เวินสือเหนียนเคยโกหกเธอครั้งหนึ่ง ดังนั้นเธอย่อมให้ความสำคัญกับสัตว์เลี้ยงจิตวิญญาณของตนมากกว่า
งูตัวน้อยมองเวินสือเหนียนด้วยสายตาโลภมาก
มันพันรอบข้อมือของเฝ่ยไป๋ลู่ จากนั้นหญิงสาวก็สัมผัสร่างกายของเวินสือเหนียน แล้วหลับตาลง
เฝ่ยไป๋ลู่สัมผัสจมูกของเธออย่างเชื่องช้า
การสัมผัสขาของเวินสือเหนียนทำให้เธอรู้สึกแปลกอยู่เสมอ
โชคดีที่ไม่มีใครอยู่ ไม่อย่างนั้นฉากนี้…
เฝ่ยไป๋ลู่ไม่กล้าคิดเรื่องนี้ต่อ… ดวงตาหยินหยางของเธอเปล่งประกาย พลันก็เห็นว่าเวินสือเหนียนถูกปกคลุมไปด้วยพลังงานแห่งความตายและความชั่วร้ายที่แข็งแกร่ง
พลังปราณอันทรงพลังดังกล่าวสามารถนำโชคร้ายมาสู่คนรอบข้างได้
เธอสัมผัสเขาเพียงชั่วเวลาหนึ่ง