กกระชากเฉียบพลัน
เจียงผิงอันคิดอยากหนีโดยสัณชาตญาณ แต่เสียงของเฉียนฮวั่นโหรวดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของมิติ
“ไม่ต้องกลัว ผู้เบิกมิตินี้คืออาจารย์ข้า อาจารย์อยากเสวนากับเจ้า”
เจียงผิงอันผ่อนลมหายใจโล่งอก ตกใจหมด คิดว่ายอดฝีมือฝ่ายรักษาระเบียบลงมือกับเขาเสียแล้ว
เจียงผิงอันสงบสติ ข้ามมิติมายังห้องรับแขกส่วนตัวห้องหนึ่ง
หากเป็นยามปกติ ยามยอดฝีมือระดับสูงคิดเสวนากับศิษย์ระดับต ่า สถานที่ก็จะเป็นในโถงใหญ่ จะมีก็แค่สหายสนิทหรือบุคคลใกล้ชิดที่จะถูกพามายังเรือนพำนักตน
ทั้งห้องมีคนอยู่เพียงสอง หนึ่งคือเฉียนฮวั่นโหรว ขณะที่อีกหนึ่งคนเป็นสตรีรูปลักษณ์งดงาม ทว่าไร้ซึ่งเค้าปราณใด ๆ กำลังชงชาอยู่
“อุปนิสัยของประมุขศาลาเป็นเช่นไรหรือ?” เจียงผิงอันถามเฉียนฮวั่นโหรว
เมื่อต้องเผชิญหน้ายอดฝีมือผู้ก้าวข้ามขอบเขตพ้นพิบัติ เขาจึงรู้สึกกดดัน
“อาจารย์ดีมาก ๆ ลับหลังปวงชนไม่ถือตัว” นางว่าพลางชำเลืองสตรีข้างตัว
“รู้จักคน รู้หน้าไม่รู้ใจ เจ้าต้องระมัดระวังตนอย่าเลินเล่อเชียว”เจียงผิงอันกล่าวเตือนอย่างเคร่งขรึม
“อะแฮ่ม~” เฉียนฮวั่นโหรวกระแอมแห้ง ๆ สีหน้าของนางพลันแปรเปลี่ยนพิกล บุ้ยใบ้ส่งสายตากับเจียงผิงอัน
“ไม่เป็นไรหรอก ต่อให้ประมุขศาลาทราบ ประมุขศาลาก็จะเข้าใจ แค่ไม่พูดมันต่อหน้านางก็พอแล้ว”
เจียงผิงอันนำผลึกวิญญาณออกมาส่งให้สตรีผู้กำลังชงชาอยู่สิบชิ้น “ช่วยเก็บเรื่องนี้ไว้หน่อย คงไม่มีปัญหาใช่หรือไม่?”
ในโลก