เสียงเนิบ
“ประมุขศาลาผู้นี้ไม่มีงานอดิเรกเยอะอะไร แค่ชอบสะสมเรื่องเล่าตำนานของมหาจักรพรรดิ”
“แต่ข้าเคยได้ยินเรื่องเล่าตำนานของมหาจักรพรรดิมาแล้ว ที่เหลือมีเพียงเรื่องราวยิบย่อยที่มีค่าน้อยนิด”
“หากเจ้าอยากให้ประมุขศาลาผู้นี้พอใจ ก็ข้ามภพไปยังภพแร้นแค้น ช่วยประมุขศาลาผู้นี้รวบรวมเรื่องราวของมหาจักรพรรดิแล้วกัน”
เจียงผิงอันละอายยิ่ง “ศิษย์…”
“พอแล้ว ข้าแค่หยอกเจ้าเล่น นั่งลงดื่มชาสิ”
หลัวซู่มิได้สนใจการกระทำของเจียงผิงอัน
เจียงผิงอันมิได้สัมผัสถึงจิตมุ่งร้ายจากอีกฝ่ายก็ผ่อนหายใจโล่งอก ขณะนั่งลง เขาก็รีบถ่ายทอดกระแสปราณหาเฉียนฮวั่นโหรว
“เสี่ยวเซียง ทำไมเจ้าไม่เตือนข้าว่านี่คือประมุขศาลา?”
“ถ่ายทอดกระแสปราณกันอย่างลับ ๆ ต่อหน้ายอดฝีมือเป็นเรื่องไม่สุภาพ นอกจากนั้น ด้วยระดับอย่างอาจารย์ การรับรู้สิ่งที่เราพูดกันเป็นเรื่องง่ายดาย”
เฉียนฮวั่นโหรวกระซิบตอบ
“ใช่ ข้าได้ยินนะ” หลัวซู่ตอบเจียงผิงอัน
เจียงผิงอัน “…”
หน้าแตกยับอีกแล้ว
โชคยังดีที่เจียงผิงอันหนังหนา แสร้งทำว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้
หลัวซู่ยกถ้วยชา ริมฝีปากแดงจิบชาพลางเอ่ยเบา ๆ
“ข้าจะไม่ถามว่าพวกเจ้ามาจากที่ใด จะบอกเพียงว่าหากพวกเจ้าเป็นไส้ศึก ข้าจะจัดการพวกเจ้าด้วยมือข้าเองแน่ ไม่ว่าจะต้องตามล่าสุดหล้าเพียงไร ข้าก็จะฆ่าพวกเจ้า”
ขณะกล่าวเช่นนี้ ไร้ซึ่งแรงกดดันใด ๆ แต่ทั้งสองต่างทราบว่าหลัวซู่จะรักษาวาจาแน่แท้
เฉียนฮวั่นโหรวนำหนังสือพ