หงเฉินยังต่อสู้อย่างระมัดระวัง
แต่เจียงผิงอันผู้นี้ยั่วยุฝ่ายรักษาระเบียบแต่แรก
เจียงผิงอันเหินสู่ยอดเขาใกล้เคียง นั่งลงใต้ร่มไม้หนา เล่นกับด้ายไหมวิญญาณอย่างเบามือ
เหล่าศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบห้อมล้อมทั่วทิศแน่นหนา
ยามหลัวอีเฟยเห็นศิษย์ฝ่ายรักษาระเบียบยกขบวนมามากมายนางก็กระวนกระวายปัสสาวะแทบเล็ด
“ทำไมเจ้าวู่วามนัก เรียกคนมาเยอะแยะเพียงนี้ในคราวเดียว เราสู้ไม่ไหวหรอกนะ!”
“เจ้าไปเถอะ ที่นี่จะอันตรายแล้ว” เจียงผิงอันกล่าวเบา ๆ
“ให้ข้าไป? หากข้าไป แล้วอู๋ฉิงจะคิดกับข้าเช่นไร? ต่อให้ตายข้าก็ไปไม่ได้”
หลัวอีเฟยย่อมทราบถึงอันตราย แต่หากชายผู้นี้ไม่ไป นางก็ไปไม่ได้
“ตามใจเจ้า”
เจียงผิงอันโบกมือเบา ๆ แล้วต้นไม้ข้างตัวก็หักโค่น บีบอัดเป็นเส้นไหมด้วยพลังวิญญาณ กลายเป็นกู่ฉินอันเรียบง่ายตัวหนึ่ง
เมื่อหลัวอีเฟยเห็นเช่นนี้ นางพลันเข้าใจบางสิ่ง
“ข้าได้ยินว่ามีวรยุทธ์สายดนตรีที่สามารถใช้โจมตีระยะไกลได้อยู่ เจ้ามีวิชาลับเช่นนั้นด้วยหรือ?”
“เปล่า”
เจียงผิงอันวางกู่ฉินตรงหน้าตน ดีดสายของมันเบา ๆ
“แล้วเจ้าทำอะไรอยู่?” หลัวอีเฟยงุนงง
“ข้ามีโพยเพลงฉินกล่อมวิญญาณอยู่เล่มหนึ่ง อยู่ว่าง ๆ เบื่อ ๆเลยอยากเรียนเล่นน่ะ”
นับแต่เจียงผิงอันเหยียบย่างเข้าสู่โลกหล้าผู้ฝึกตน เขาก็ฆ่าผู้ฝึกตนมามากมาย และผู้ฝึกตนเหล่านี้บางคนก็มีโพยเพลงฉินและหนังสือนิยายอยู่กับตัว
นิยายโยนให้เสี่ยวไป๋อ่าน ขณะที่โพยเพลงถูกทิ้งหลบมุม วัน