นอย่างดี แม้แต่ภรรยาของข้าก็เช่นกันขอรับ ยามนี้นางล้วนคาดหวังว่าท่านจะเลือกสิ่งดี ๆ สักอย่างให้น้องสาวทั้งสองคนของนาง ตัวนางเองก็บอกว่านางมีตาหามีแววไม่ ยังต้องเป็นท่านที่เลือก นางจึงจะวางใจได้มากกว่า…”
“ช่างเถอะ” เย่อวี๋หรานกล่าวอย่างเมินเฉย “เจ้าอย่ามาพูดดีแทนนางเลย หากนางวางใจจริงจะทำเรื่องเช่นนั้นลับหลังข้าหรือ? ยังดีที่เด็กนั่นตั้งสติได้ รู้จักละอายไม่มาพูดกับข้าอีก หากนางทำเรื่องนั้นสำเร็จ ถึงเวลานั้นนางคงได้ร้องไห้เป็นแน่”
“ท่านแม่ ได้ยินว่าในบรรดาพี่น้องสกุลเหวินไม่มีคนที่เหมาะสมสักคนเลยหรือขอรับ?” ในเมื่อจูอู่รับปากหลินซื่อไว้แล้ว เป็นธรรมดาที่จะกังวลเรื่องแต่งงานของหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ย เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาพอดีจึงลองถามหยั่งเชิงดูหนึ่งประโยค
“ไม่มี ไม่มีสิ่งใดที่เข้าตาข้าเลย”
“หลินซานเม่ยนั้นอีกไม่กี่ปีก็ต้องตบแต่งแล้ว ท่านแม่วางแผนไว้อย่างไรหรือขอรับ?”
“ต้องดูก่อนว่ามีสิ่งใดเหมาะสมแล้วค่อยว่ากัน” เย่อวี๋หรานกล่าว “ยังมีเวลาอีกสองสามปีค่อย ๆ คิดไปว่าจะเลือกผู้ใดจะไม่ง่ายกว่าหรือ? ที่สำคัญต้องดูว่าหลินซานเม่ยเองต้องการเลือกอย่างไร”
“แน่นอนว่ายิ่งผ่านไปก็ยิ่งดีขอรับ”
เย่อวี๋หรานเหลือบมองเขา “ตกลงเป็นเจ้าถามหรือเป็นภรรยาเจ้าถามมาเล่า?”
“แหะแหะ ท่านแม่ ท่านก็รู้อย่างชัดแจ้งแล้ว ยังต้องถามข้าอีกหรือขอรับ?” จูอู่ยิ้มอย่างโง่งมพลางเกาศีรษะ
เย่อวี๋หรานมีสีหน้ารังเกียจ