“นั่นเป็นน้องสาวของภรรยาเจ้าเอง แต่ตัวเองกลับไม่จัดการ ทั้งยังคิดจะให้คนอื่นจัดการอีกหรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้าเกรงว่าสายตาจะไม่มีแววเท่าท่านแม่หรือขอรับ หากผ่านตาแล้วท่านแม่พยักหน้าย่อมไม่มีปัญหาแน่นอนขอรับ”
“เช่นนั้นก็มีแรงกดดันบนหัวข้าอย่างหนักเลยทีเดียว ตอนนี้ล้วนไม่อาจเดินบนพื้นได้แล้ว พวกเจ้าแต่ละคนยังมาคาดหวังกับข้าอีก ไม่กลัวข้าเหนื่อยตายเลยกระมัง” เย่อวี๋หรานแขวะไปหลายประโยค ทั้งยังไม่ลืมเตือนเขาว่าตนกลายเป็น ‘คนพิการ’ ไปแล้ว
จูอู่รีบปลอบใจแม่ตัวเอง พูดว่ายามนี้มีคนมากมายช่วยหาเทียบยาให้นาง แน่นอนว่าต้องสามารถหาวิธีที่เหมาะสมได้ นางจะสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาเดินอีกครั้งเมื่อไหร่ก็เป็นเรื่องที่ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงหรือ?” เย่อวี๋หรานมีสีหน้าสงสัย
จูอู่รู้สึกเขินอายเล็กน้อยแต่เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธ จึงพยักหน้าอย่างตรงไปตรงมา “แน่นอนขอรับ ท่านเป็นท่านแม่ของข้าซึ่งทำได้ทุกอย่าง แค่ล้มจนบาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น แต่การรักษาก็ไม่อาจทำอย่างง่ายเกินไปได้ ได้รับบาดเจ็บมาสักร้อยวัน ท่านแม่จะต้องกลับมายืนได้อีกครั้งแน่นอนขอรับ เพียงแค่ต้องการเวลาสักหน่อย”
“อืม! ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน” เย่อวี๋หรานราวกับมั่นใจ โบกมือให้จูอู่ไปทำงานของตัวเอง อย่ามารบกวนนาง
จูอู่ถอยออกมาอยู่ในสวนพลางเช็ดเหงื่อเย็นบนหน้าผากที่ไม่ได้มีอยู่จริง
ถูกต้อง เขาถูกแม่ของเขาทำให้ตกใจกลัวแล้ว เพราะกลั