้ทำอะไรเลย”
“เจ้าไม่ได้ทำอะไรแล้วทำไมท่านแม่ถึงได้เอ่ยถึงเจ้ากับข้า เจ้าลองทบทวนดู อย่าให้พลาดสักอย่าง บอกข้ามาให้หมดเปลือก”
“ท่านแม่พูดถึงข้าว่าอะไร?” หลินซื่อไม่สบอารมณ์อยู่บ้าง “นางคงไม่ได้พูดถึงข้าเสีย ๆ หาย ๆ ใช่ไหม?”
จูอู่หรี่ตามองนาง “แล้วเจ้าไปพูดอะไรเอาไว้ หากเจ้าไม่ได้พูดแล้วเหตุใดท่านแม่ถึงได้พูดเช่นนั้น เจ้าจะบอกข้าเองหรือให้ข้าไปตามสืบ เจ้าก็รู้ว่าถ้าข้ารู้เองมันจะต่างออกไป แล้วข้าก็จะจัดการเรื่องนี้ต่างออกไปด้วย”
“ข้า… ไม่ได้ทำอะไรจริง ๆ” หลินซื่อเอ่ยตะกุกตะกักแล้วอธิบายว่าช่วงนี้สิ่งเดียวที่นางไม่ได้บอกเขาคือเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวฝ่ายแม่ของตนเอง
“ครอบครัวฝ่ายแม่เจ้าอย่างนั้นหรือ? ” เมื่อได้ยินเรื่องครอบครัวฝ่ายแม่ของหลินซื่อแล้วจูอู่ก็แทบตาถลน
ตอนนี้ครอบครัวฝ่ายแม่ของหลินซื่อยังมี ‘พวกถ่วงแข้งถ่วงขา’ อยู่หลายคน จึงทำให้นางต้องเป็นเดือดเป็นร้อน
“ซานเม่ยของข้าสมควรแต่งงานได้แล้ว”
“เรื่องนั้นข้ารู้ ทำไมเล่า ข้าบอกไปแล้วไม่ใช่หรือว่าไม่ต้องรีบร้อน ไปหาท่านแม่ให้นางช่วยเลือกคนที่เหมาะสมให้”
“แต่ว่าตอนนี้ขาของท่านแม่ใช้การไม่ได้…” หลินซื่ออธิบาย “ข้าไม่ได้มีเจตนาเป็นอื่น ไม่ได้นึกรังเกียจท่านแม่เลย เรื่องของเรื่องเป็นเช่นนี้ ท่านแม่เอ่ยปากเองว่านางให้ท่านหมอไป๋หลี่น้อยมารักษาอยู่ ไม่ว่าจะในแง่ไหนข้าก็ไม่ได้นึกรังเกียจนาง ทว่าที่นางบาดเจ็บก็ยังเป็นความจริงอยู่ดี อาจใช้เวลา