เดียว ไม่เพียงแต่ไม่ขยับไปกินอาหารบนโต๊ะ แม้แต่นั่งยังไม่นั่ง นางจึงทักทายพวกเขาอย่างอบอุ่น “พวกท่านทำอันใด? นั่งเถอะ รีบเร่งเดินทางมาแล้วก็พักเสียหน่อยกินอาหารตามสบาย…”
“ฮูหยินห้า พวกบ่าวเป็นคนใช้ขอรับ” ถังเหล่าโถวเพิ่งได้ยินกับหู จะกี่มากน้อยก็ยังคาดเดาลำดับของพวกเขาได้ จึงตอบกลับไปหนึ่งประโยคด้วยความเคารพ
ได้ยินคำเรียกเช่นนี้ หลินซื่อก็แปลกใจอย่างยิ่ง หัวเราะอย่างมีความสุข “ฮ่าฮ่าฮ่า…เมื่อครู่ท่านเรียกข้าว่าอันใด? ฮูหยินห้า? ข้าเพิ่งเคยได้ยินคนเรียกข้าว่าฮูหยินเป็นครั้งแรก…พวกเราอยู่ในชนบททุกคนล้วนเรียกข้าว่าสะใภ้ห้าของครอบครัวที่ห้าหรือป้าห้า ท่านอายุเยอะกว่ามาก จะเรียกข้าว่าสะใภ้ห้าก็ได้ หากท่านคิดมากเกินไปจะเรียกข้าว่าบ้านเจ้าห้า…”
“ไม่ ไม่ ไม่ บ่าวมิกล้า ฮูหยินห้าคือฮูหยินห้า เรื่องนี้ไม่อาจพูดสุ่มสี่สุ่มห้าได้ขอรับ” ถังเหล่าโถวตกใจจนโบกมือซ้ำ ๆ
หลินซื่อถูกเขาทำให้ขบขันยังยิ้มพลางบอกกับหลิ่วซื่อและหลิวซื่อข้างตัวว่านางถูกคนเรียกว่าฮูหยินห้า แต่อธิบายอย่างไรคนก็ล้วนไม่ฟัง
เย่อวี๋หรานก็ได้ยินความเคลื่อนไหวทางด้านนี้จึงยิ้มแล้วเอ่ยว่า “บ้านเจ้าห้า เจ้าอย่าหัวเราะถังเหล่าโถวเลย คนก็ไม่ได้พูดผิด นั่นเรียกว่า ‘กฎเกณฑ์’ แม้ว่าพวกเราจะเป็นครอบครัวเล็ก ๆ สกุลเล็ก ๆ แต่ก็ควรมีกฎเกณฑ์ไม่น้อย นายเป็นนาย บ่าวเป็นบ่าว หากไม่แยกนายบ่าวเช่นนี้ ครอบครัวใหญ่ในอนาคตจะเป็นอย่างไรเล่า? เมื่อครู่