ลืมบอกไปว่าครอบครัวถังเหล่าโถวถูกซื้อมาเป็นคนใช้ของครอบครัวพวกเราแล้ว”
คนสกุลจูตกตะลึง “หา! บ้านพวกเรามีคนใช้ด้วยหรือเจ้าคะ?!”
“เพราะข้าหกล้มแข้งขาจึงขยับไม่สะดวก จำต้องมีคนมาคอยดูแล เจ้าสามจึงเริ่มคิดซื้อบ่าวมาสองสามคน ให้มาช่วยงานพวกเจ้า”
ครั้นเย่อวี๋หรานพูดเช่นนี้ พวกเขาทุกคนก็จ้องมองไปยังขาของนาง
“ท่านแม่ เกิดเรื่องอันใดขึ้น เหตุใดท่านจึงหกล้มหรือขอรับ?” จูต้าตึงเครียด ก้าวออกมาข้างหน้าอย่างรวดเร็ว “ล้มที่ไหนขอรับ? ล้มแรงเลยหรือขอรับ?”
“ท่านแม่ ท่านล้อเล่นหรือเปล่าขอรับ?” จูอู่ก็ถูกทำให้ตกใจ “อะไรคือการเรียกว่า ‘แข้งขาขยับไม่สะดวกจึงต้องการคนมาดูแล’ ขอรับ ในอนาคตท่านไม่สามารถเดินได้แล้วหรือขอรับ เมื่อครู่ข้ายังสงสัยว่าเหตุใดท่านจึงนั่งรถเข็นตลอด ทั้งยังให้จูซานพาเข็นมา ข้าก็ยังคิดว่าท่านเร่งเดินทางหลายวันจึงเหนื่อยล้า…”
“ใช่ เมื่อครู่ข้าก็ถามท่านแล้ว ท่านแม่ เมื่อครู่ท่านยังไม่บอกเลยนะขอรับ…” จูซื่อมีสีหน้าร้อนใจ “ข้าร้อนใจแทบตายแล้วนะขอรับ!”
เย่อวี๋หรานไม่มีทางเลือก ทำได้เพียง…ปลอบใจ แสดงให้เห็นว่าบาดแผลของนางไม่ร้ายแรงมาก ไม่มีปัญหาในการเดินเพราะกระดูกร้าวจึงไม่สามารถรับน้ำหนักของร่างกายได้ ดังนั้นจึงเคลื่อนไหวลำบาก
จูซานเข้าบ้านมาก็ถูกจูต้าชกเข้าที่ใบหน้า
“พี่ใหญ่ ท่านทำอันใด?” จูซานไม่ทันระวังตัว แทบจะล้มลงไปกับพื้น
“ข้าทำอันใดหรือ? ยังถามอย่างหน้าไม่อายได้อีกหรือ? ข้าให้เจ