ื่อเห็นอีกฝ่ายสาวเท้าเดินออกไปก็รีบท้วง “พี่สะใภ้รอง ท่านเดินช้าลงหน่อย ตอนนี้ท่านท้องโตแล้ว…”
ส่วนหลิวซื่อจะฟังหรือไม่นั้นมีเพียงสวรรค์เท่านั้นที่รู้
เพียงแต่หลี่ซื่อนึกไม่ถึงว่าแค่หลิวซื่ออยู่ว่างทั้งวันและตามจับตามองเขาก็ยังเกิดเรื่องขึ้นได้
วันนั้นทุกคนไม่ได้เห็นแค่ต้นพริกกลับมา ‘มีชีวิต’ อีกครั้ง แต่ยังเริ่มผลิดอกออกผลอีกด้วย ทำให้พวกเขามีความสุขมาก
“เรื่องน่ายินดีแบบนี้ต้องเฉลิมฉลองแล้วไม่ใช่หรือ” เปี้ยนชิวอิ่งกล่าวพลางแย้มยิ้ม “หมักสุรา ทำอาหารโอชะ ทุกคนเบาใจกันลงได้เสียที ถือโอกาสที่ไม่มีสิ่งใดต้องทำแล้วมาร่วมทานอาหารให้อิ่มหนำ”
นางไม่เพียงแต่ชักชวน แต่ยังเสนอตัวออกเงินค่าสุราอีกด้วย
หลิวซื่อที่หลบอยู่ด้านหลังเอ่ยกับหลี่ซื่อ “เหอะ เสแสร้งเก่งเสียจริง ปกติกินของครอบครัวเราไม่เห็นเคยหยิบยื่นเงิน คราวนี้กลับทำหน้าใหญ่เลี้ยงเฉลิมฉลอง ปากก็พูดง่าย แต่คนยุ่งหัวหมุนคือเราทั้งนั้น ผลประโยชน์ตกเป็นของนาง แต่คนที่ทำงานหนักคือเรา…”
“เอาเถิด อย่าพูดมากนักเลยเจ้าค่ะ การทำให้ทุกคนพึงพอใจไม่ง่ายนัก” หลี่ซื่อเอ่ยขัด “โดยเฉพาะสามีท่าน หากเขามาได้ยินเข้าจะไม่พอใจเอาได้”
หลิวซื่อพลันกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “เขาเคยพอใจด้วยหรือ หลังจากนังจิ้งจอกนั่นเข้ามาก็เหมือนน้ำมันหมูพอกใจ*[1]เขา ไม่สนใจข้าอีกต่อไป รู้เพียงแต่จะเอาใจใส่นังจิ้งจอกนั่น”
“ข้าคิดว่าท่านเพียงคิดมากไป ท่านก็รู้ไม่ใช่หรือว่าพี่รองเป