่เขายังเหลืออยู่บ้าง แต่แค่นิดเดียวเท่านั้น ไม่พอให้เขากินด้วยซ้ำ
ทุกครั้งที่จูชีส่งมาก็จะส่งไปให้ท่านปู่กับท่านย่าก่อน ส่วนที่เหลือค่อยเป็นของเขา
เขาคิดว่า คงเป็นเพราะเขาเคยเอ่ยถึงพวกท่านในจดหมายกระมัง
บางครั้ง ซุ่นเต๋อก็ละเอียดรอบคอบเหมือนกัน!
“อะไรกัน หมดแล้วจริง ๆ หรือ มีแค่ชามนี้?” อวี๋จิ้งฉีมองชามก๋วยเตี๋ยวที่ใกล้จะกินหมดแล้วในมือตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ
ข้ามากินมื้อใหญ่ชัด ๆ ทำไมถึงติดใจแค่ก๋วยเตี๋ยวชามนี้กันนะ?!
“เจ้าลองถามซุ่นเต๋อดูก็ได้ว่าที่เขายังเหลืออีกไหม” แม้เยี่ยนเหออันอยากอาศัยโอกาสนี้ผลักดันให้อวี๋จิ้งฉีชมชอบจูชีมากขึ้นสักนิดก็ยังดี แต่ก็ไม่อยากทำให้จูชีต้องลำบากใจเพราะเรื่องนี้ จึงพูดแทนจูชี “แต่เจ้าอย่าหวังมากจะดีกว่า ยังไม่พูดถึงว่ามันเทศของปีนี้ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว ต่อให้เก็บเกี่ยวแล้ว กว่าจะนำมาทำเส้นก๋วยเตี๋ยวก็ต้องใช้เวลา…หมายความว่าซุ่นเต๋ออาจเหลืออยู่ไม่เท่าไหร่แล้ว”
ถ้าหมดแล้วก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้
แม้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวี๋จิ้งฉีจะไม่เลว แต่ก็ไม่ได้ดีถึงขั้นจะ ‘แบ่งปัน’ เส้นมันเทศให้หรอกนะ
กล่าวตามตรง อวี๋จิ้งฉีไม่อยากเอ่ยปากขอกับจูชีเอาเสียเลย เพราะในสายตาเขา ถ้าเขาเอ่ยปากกับจูชีแล้วก็เท่ากับว่า ‘ยอมรับความพ่ายแพ้’ กับอีกฝ่ายแล้วน่ะสิ
ไม่ได้ ข้ายอมแพ้ไม่ได้!
อย่างมาก ข้ากินอิ่มแล้วค่อยกลับไปก็ได้
คราวหน้าถ้าอยากกินค่อยมาใหม่
อวี๋จิ้งฉีขยับตะเกียบรวด