นี้ตอนข้าอยู่ที่โรงน้ำชาได้ยินคนพูดว่าเฉินเสิ่นพาคนมาหาเรื่อง ท่านแม่ ตอนนี้ท่านไม่อาจเคลื่อนไหวส่งเดช ท่านคงไม่ได้ลุกไปเผชิญหน้ากับนางหรอกใช่ไหม?”
สกุลเยี่ยนมีบ่าวรับใช้มากมาย จูซานไม่กังวลสักนิดว่าเฉินเสิ่นจะสามารถบุกเข้ามาหาเรื่องมารดาของเขา กลัวก็แต่มารดาจะหัวร้อนจนรุดออกไปถกเหตุผลกับอีกฝ่าย
เขาไม่อยู่ คุณชายเยี่ยนก็ไม่อยู่เช่นกัน ในเรือนหลังนี้ไม่มีใครสามารถห้ามปรามนางได้
เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าน่าขัน “ดูเจ้าตกอกตกใจสิ คิดว่าข้าโง่หรือไร? รู้เต็มอกว่าตนเองไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ยังจะหอบสังขารไปถกเหตุผลกับนาง นางสำคัญกว่าหรือร่างกายข้าสำคัญกว่ากันแน่?”
“ท่านแม่ ข้าเป็นห่วงท่านนะขอรับ”
“ฮ่า ๆๆ…ขอบใจแล้วกันนะที่เป็นห่วง” เย่อวี๋หรานพูด “วางใจเถอะ นางไม่ได้เจอหน้าข้าด้วยซ้ำ ป้าเฉินก็ส่งพวกนางให้ทางการแล้ว”
จากนั้นก็ถือโอกาสชมเชยป้าเฉินผู้ดูแล บอกว่าอีกฝ่ายจัดการเรื่องราวได้เหมาะสม กล่อมจนคนสกุลเฉินยอมขึ้นรถม้าไปแต่โดยดี
ไปจนถึงจุดหมายปลายทางแล้ว คนสกุลเฉินก็ยังไม่รู้เรื่อง
จูซานค่อยได้รู้เสียทีว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร
แต่เย่อวี๋หรานประหลาดใจอยู่บ้าง “ข่าวลือออกไปรวดเร็วปานนี้เชียว? เรื่องเพิ่งจะเกิด เจ้าที่อยู่โรงน้ำชาก็รู้เรื่องแล้ว…มีคนของค่ายพรรคจับตามองประตูเรือนหลิ่วหลงจิ้งอยู่งั้นรึ?”
“พวกมือปราบหามเฉินเสิ่นไปหาหมอก็เลยถูกคนเห็นเข้าน่ะขอรับ”
……
ตอนเย็น เยี่ยนเหออันกลับมาแล้ว
หลัง