ด้พอสมควรแล้วจึงเอ่ยขึ้นเนิบช้า “ตอนนี้ข้าก็จวนเจียนจะปกป้องตัวเองไม่ได้อยู่แล้ว พูดชัดเจนขนาดนี้ เจ้ายังอยากให้ข้าพูดอะไรอีก?”
อาเฉินใจเต้นระทึก “ร้ายแรงถึงขั้นนี้? เช่นนั้นตอนนี้…ตอนนี้จะทำอย่างไรดี?”
“ที่ข้าให้เฟิ่งข่ายเฟิงพาคนไปทุบบ้านเจ้าก็ทำไปเพื่อให้พรรคอื่นดู” หัวหน้าพรรคซานไห่พูด “พี่น้องของเจ้าคนนั้นก็ไม่ต้องไปคิดหวังอีกแล้ว รอดูว่าจะช่วยเจ้าไว้ได้ไหมดีกว่า ถ้าแม้แต่เจ้าก็ช่วยไว้ไม่ได้…เจ้าก็รู้กฎระเบียบในพรรคดี เจ้าไปอย่างวางใจเถอะ คนในพรรคจะช่วยดูแลให้เอง…”
อาเฉินคิดไม่ถึงเลยว่าหัวหน้าพรรคจะกล่าวเช่นนี้ ในใจพลันหนาววาบ
“หัวหน้า นี่ท่านกลับ…”
“เฮ้อ…” หัวหน้าพรรคซานไห่ถอนหายใจพลางตบไล่เขาแล้วพูดว่า “ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้เจ้าทุ่มเทเพื่อพรรคมามาก แต่ในพรรคยังต้องเลี้ยงพี่น้องอีกหลายคน ข้าไม่อาจปล่อยให้พวกเขาไม่มีข้าวกินเพียงเพื่อช่วยเจ้าคนเดียว”
หลังจากนั้นหัวหน้าพรรคยังพูดอะไรอีก แต่อาเฉินไม่ได้ฟังอีกต่อไปแล้ว
ครึ่งคืนหลัง อาเฉินเดินกลับไปถึงเรือนด้วยฝีเท้าโซซัดโซเซ
“ตาเฒ่า เจ้ากลับมาได้เสียที…”
พอเฉินจ้าวซื่อเห็นเขาก็ร้องไห้โฮออกมาทันที
นางร่ำไห้ฟ้องต่ออาเฉินว่า เฟิ่งข่ายเฟิงนั่นไม่ใช่คน พูดไม่เป็นคำพูด
อาเฉินเพิ่งจากไป เจ้าเด็กนั่นก็บอกให้คนทุบข้าวของต่อทันที
“ฮือ ๆๆๆๆ…เจ้าดูบ้านพวกเราสิ ถูกทุบจนมีสภาพไหนแล้ว?”
“ตาเฒ่า แบบนี้มันเกินไป พวกเขาไม่เห็นท่านอยู่ในสายตาเลยสักนิด