นนั้น นี่เป็นกฎที่พวกเขาตั้งเอาไว้” เสี่ยวเอ่อร์ตัวตอบ
เย่อวี๋หรานถามต่อ “ไม่ถูกต้องสิ ถ้าพวกข้าเป็นคนธรรมดาก็ควรเก็บเงินถูกหน่อยไม่ใช่หรือ?”
เสี่ยวเอ่อร์ตัวเอ่ยเสียงเบา “นี่เป็นคำถามที่สี่แล้ว”
เอาเถอะ เย่อวี๋หรานจำต้องยอมรับว่าเด็กคนนี้ภายนอกดูเหมือนซื่อ ๆ แต่ความจริงเจ้าเล่ห์ทีเดียว
ดูสิ บอกว่าถามคำถามโดยไม่คิดเงินได้สามข้อ แต่กลับไม่ตอบคำถามไหนอย่างชัดเจน…อย่างน้อยจนถึงตอนนี้นางก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดพวกตนจึงจะได้พบพ่อค้าใจร้าย
แต่เมื่อนับดี ๆ อีกฝ่ายก็ตอบคำถามที่ไม่คิดเงินครบสามข้อแล้ว
ทว่ายามตอบคำถาม เขามักจะตอบไม่หมด ชักนำให้เมื่อเจ้าถามคำถามแรกแล้ว ก็จะมีคำถามที่สอง คำถามที่สามตามมา จากนั้น…
“ก็ได้ ถ้าให้เจ้านำทางคิดเงินเท่าไหร่?” คราวนี้เย่อวี๋หรานยอมตกหลุมพรางเขาทั้งที่รู้อยู่เต็มอก
เสี่ยวเอ่อร์ตัวตอบว่า “สิบเหรียญขอรับ”
“อะไรนะ?! สิบเหรียญ?!” จูซานเบิกตาโต “ทำไมเจ้าไม่มาแย่งไปเลยล่ะ เด็กคนเมื่อกี้เรียกเงินเท่าค่าซาลาเปาเนื้อลูกเดียว ทำไมเจ้าเรียกตั้งสิบเหรียญ? แทนที่จะให้เจ้านำทาง ไปหาคนที่เรียกเงินถูกกว่ามิดีกว่าหรือ?”
“เช่นนั้นท่านก็เตรียมใจถูกไถเงินได้เลย” เสี่ยวเอ่อร์ตัวเงยหน้าขึ้นพูด “ราคาซาลาเปาเนื้อของแต่ละร้านไม่เท่ากัน มีตั้งแต่สองเหรียญไปจนถึงสิบตำลึงเงิน”
จูซานอึ้ง “…ซาลาเปาบ้าอะไรราคาตั้งสิบตำลึง?!”
“ซาลาเปาสีชาดของหอเมามายราคาลูกละสิบตำลึง”
“หอเมามายเป็นสถาน