นี้ถ้าขาดนางไปแล้ว ยังจะใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้งั้นหรือ?
เรื่องใหญ่ล้วนเตรียมการไว้หมดแล้ว มีอะไรให้ต้องกังวลใจด้วย
กินมื้อเช้าเสร็จ คนทั้งครอบครัวก็ส่งพวกเย่อวี๋หรานออกเดินทาง
“ท่านแม่ เดินทางโดยสวัสดิภาพนะเจ้าคะ”
“พี่สาม มีอะไรก็ส่งจดหมายมานะขอรับ”
……
“ท่านแม่ ข้าไปกับพวกท่านด้วยดีไหมขอรับ? ไม่อย่างนั้น ขากลับก็จะเหลือแค่ท่านคนเดียวแล้ว” จูอู่กังวลใจอยู่บ้าง เพราะขาไปยังมีพี่สามกับเจ้าเจ็ดร่วมทาง ทว่าขากลับ พี่สามกับเจ้าเจ็ดต้องรั้งอยู่ในเมืองผู่โซ่ว แต่มารดาต้องเดินทางกลับมาตามลำพัง
น่าเสียดายที่เย่อวี๋หรานไม่เห็นด้วย
ในบ้านมีคนที่สมองใช้การได้อยู่แค่ไม่กี่คน นางให้จูซานไปดูแลจูชีแล้ว ไม่เหลือจูอู่ไว้สักคน ถ้าที่บ้านเกิดเรื่องอะไรขึ้นจะมิแย่เอาหรือ?
นางไม่หวังว่าพอไปแล้วกลับมา ก็ต้องมาพบว่าที่บ้านเกิดความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ขึ้นหรอกนะ
จูอู่ได้แต่ยืนมองส่งมารดาพาพี่น้องจากไปตาละห้อย
หลินซื่อยืนอยู่ข้างกายเขา เห็นท่าทางเช่นนั้นของเขาก็อดจะนึกขันไม่ได้
นางกุมมือเขาเบา ๆ แล้วกล่าวว่า “เจ้าโตขนาดนี้แล้วยังจะห่างจากอกแม่ไม่ได้เชียวหรือ?”
“เจ้าไม่เข้าใจ!”
“ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ ข้ารู้แค่ว่ามีคนโตจนเป็นอาคนอื่นได้แล้ว แต่กลับยังห่างจากแม่ตัวเองไม่ได้”
จูอู่ปรายตามองนาง
หลินซื่อยิ้มด้วยสีหน้าบริสุทธิ์ใจ
ในใจนางคิดมาตลอดว่าสามีของนางนั้นหล่อเหลามากความสามารถ ไม่มีสิ่งใดที่ทำไม่ได้
คิดไม่