ถึงว่าจะมีวันที่เขาแสดงท่าทางอย่างเด็ก ๆ แบบนี้ออกมาได้ด้วย
ถ้าไม่กลัวว่าเขาจะโกรธ นางก็อยากจะเย้าเขาเหลือเกินว่า “เจ้าเป็นเด็กที่ยังไม่หย่านมแม่งั้นหรือ?”
บนเกวียนเทียมวัว ต้าเป่ากับเอ้อร์เป่านั่งอยู่ข้างเย่อวี๋หราน แปลงร่างเป็น ‘เจ้าหนูจำไม’ ถามนั่นถามนี่ไปตลอดทาง
เย่อวี๋หรานดีใจที่พวกเขามีคำถามแปลกพิสดารมากมาย คำถามไหนตอบได้นางก็จะตอบ ถ้าตอบไม่ได้ก็ได้แต่ให้พวกเขาจดจำเอาไว้ แล้วไปค้นหาคำตอบด้วยตัวเอง
นางบอกพวกเขาว่า คำตอบทั้งหลายอยู่ใน ‘ตำรา’ หมดแล้ว ถ้าพวกเขายังหาในตำราไม่พบ ก็แสดงว่าพวกเขาอ่านมาน้อยเกินไป จึงยังไม่พบตำราที่มีคำตอบเล่มนั้น
จูต้ารับหน้าที่เป็นสารถี เขานั่งเงียบมาตลอดทาง เพียงแค่กำชับจูซานไปหลายคำ บอกให้เขาดูแลมารดากับน้องเจ็ดให้ดี
โดยเฉพาะตอนที่มารดากลับมา ให้ช่วยจองรถให้มารดา ยอมจ่ายเงินมาก แต่ไม่ยอมให้มารดาลำบาก
จูซานรับปาก “ขอรับ ข้าเข้าใจแล้ว”
เงียบไปครู่หนึ่ง จูต้าก็พูดขึ้นมาอีกว่า “เจ้าสาม ข้ารู้ว่าเจ้าฉลาดกว่าข้า เรื่องข้างนอกนั้นคงต้องฝากเจ้าแล้ว”
“พี่ใหญ่ ช่วงที่ท่านแม่ไม่อยู่ก็ต้องรบกวนท่านดูแลที่บ้านด้วยนะขอรับ” จูซานฝากฝังภาระยิ่งใหญ่ของที่บ้านให้พี่ใหญ่พร้อมรอยยิ้ม
เขารู้ว่าพี่ใหญ่เพียงแต่พูดน้อย แต่ไม่ใช่คนโง่เขลา
บางครั้งก็จำเป็นต้องมอบความไว้วางใจให้พี่ใหญ่บ้าง
“อืม เรื่องนี้เจ้าไม่บอก ข้าก็รู้อยู่แล้ว” จูต้าตอบ
รวมกับจูชีที่กำลังเหม่อลอย บนเกวีย