นเทียมวัวเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น
เมื่อมาถึงประตูทางเข้าของตำบลอันจิ่ว เย่อวี๋หรานก็พาจูซานและจูชีลงจากเกวียน
จูต้าแยกทางกับพวกเขาอย่างอาลัยอาวรณ์ แล้วไปส่งต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าที่สำนักศึกษาสกุลเสิน
เขาตั้งใจมาส่งให้ไวหน่อย อยากกลับไปดูคนอีกสักรอบ แต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า เพราะยามนั้นพวกเย่อวี๋หรานได้จากไปพร้อมกับขบวนพ่อค้ากลุ่มหนึ่งแล้ว
ยืนอยู่ตรงนั้นตามลำพัง แม้จะมีวัวน้ำตัวนั้นยืนอยู่ข้างหลัง จูต้ายังสัมผัสได้ถึงความว่างโหวงในอกอย่างหาได้ยาก คล้ายกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างหายไป
เขายืนอยู่ครู่หนึ่งก็กลับไปขึ้นเกวียนเทียมวัวอย่างเชื่องช้า เดินทางไปจากตำบลอันจิ่ว
เย่อวี๋หรานไหว้วานพี่เป้าให้ช่วยติดต่อขบวนพ่อค้าให้ อีกฝ่ายกำลังจะเดินทางไปเมืองผู่โซ่วพอดี พวกนางจึงขอร่วมทางไปกับพวกเขา
หัวหน้าคณะเดินทางแซ่เกา เป็นชายวัยสี่สิบต้น ๆ ที่ไว้หนวดเครา ดูแล้วเหมือนพ่อค้าที่ฉลาดหลักแหลมผู้หนึ่ง
เย่อวี๋หรานเพิ่งจะขึ้นไปนั่งบนรถม้าได้ไม่นาน หัวหน้าเกาก็นำชากาหนึ่งมาส่งให้ด้วยตนเอง
“จูต้าเหนียง ข้าได้ยินพี่เป้าบอกว่าท่านจะไปส่งลูกชายไปเรียนหนังสือที่โจวเสวียในเมืองผู่โซ่วงั้นหรือ?” สายตาคู่นั้นของเขากวาดมองมาทางสามแม่ลูกราวกับโคมดวงใหญ่
เย่อวี๋หรานตอบรับอย่างตรงไปตรงมา “ใช่แล้ว เจ้าเจ็ดบ้านข้าโชคดีสอบเป็นซิ่วไฉได้ ได้รับสิทธิ์ให้ไปเรียนที่โจวเสวีย จึงตั้งใจว่าจะไปส่งก่อนที่ทางนั้นจะเปิดเรียน”
จู