งานอื่น ๆ ก็จัดการให้เรียบร้อย
แต่คิดไม่ถึงว่าหลิวซื่อคนนี้จะชอบวางอำนาจบาตรใหญ่ ในช่วงที่พวกนางไม่อยู่ก็เอาแต่เรียกใช้งานคนอื่น
ถ้าทำได้ดี ชมสักนิดก็ยังพอทำเนา แต่นางกลับไม่ชอบชมเชยคนอื่น ตั้งหน้าตั้งตาหาที่ติอย่างเดียว
“เจ้าดูเจ้าทำสิ เรื่องแค่นี้ก็ทำให้ดีไม่ได้? เสื้อผ้าพวกนี้ซักสะอาดแล้วงั้นเรอะ?”
“เอากลับไปซักใหม่อีกรอบ!”
…
“พิโธ่ ข้าบอกเจ้าไปแต่แรกแล้วนะว่านี่คือเสื้อผ้าของเด็กทารก ห้ามทุบ ห้ามทุบ ใช้มือขยี้เอา เข้าใจไหม?”
“ขยี้เบา ๆ แค่นี้ก็ทำไม่เป็น? เมื่อเช้าเจ้าก็กินข้าวมาแล้วไม่ใช่รึ? ทำไมถึงสำออยอย่างนี้?”
…
“เอาล่ะ ๆ อย่ามาพล่ามไร้สาระ ไปกวาดพื้นอีกรอบ กวาดพื้นแค่นี้ก็กวาดไม่สะอาด”
“อ้อ บนขื่อบ้านมีใยแมงมุมแล้วนะ”
“ตามซอกมุมก็ต้องกวาดให้สะอาด”
…
ไม่ใช่ช่วงข้ามปี แต่กลับเอามาตรฐานการทำความสะอาดช่วงข้ามปีมาทรมานคนอื่น ใครจะไปทนไหว?
ด้วยเหตุนี้ หลี่ว์ซานยาจึงหนีไปฟ้องน้าสาวของพวกนางด้วยความโมโห ปากเล็ก ๆ เอ่ยคำฟ้องออกมาไม่หยุด บอกว่าหลิวซื่อบ้าไปแล้ว งานพวกนั้นไม่ใช่งานพวกนางด้วยซ้ำ แต่กลับบังคับให้พวกนางทำ
ปกติพวกนางก็ทำแบบนี้ ท่านย่าจูยังไม่ว่าอะไรสักคำ นางมีสิทธิ์อะไรมาชี้ไม้ชี้มือจับผิดแบบนั้น แบบนี้ไม่เรียกประสาทแล้วยังจะเรียกอะไรได้อีก?
หลี่ว์ต้ายากับหลี่ว์เอ้อร์ยาก็ฟ้องร้องด้วยคนอย่างอดไม่ไหว “ใช่แล้วเจ้าค่ะ ข้ายอมให้คนอื่นอยู่ที่บ้านดีกว่า เป็นใครก็ดีกว่านางทั้งนั