ก็ย่อมมีจุดบกพร่อง”
เหมียวหย่งเจินไม่อยากให้ลูกชายอัจฉริยะของตนมีคำนำหน้าชื่อว่าเป็นเด็กปัสสาวะรดที่นอนหรอกนะจู่ๆ หลิวซวิ่นกลับพูดขึ้นว่า“คุณหมอครับ ความจริง… เขาปัสสาวะรดที่นอนมานานหลายปีแล้วตอนห้าขวบยังปัสสาวะรดที่นอนอยู่เลย และปัสสาวะเยอะทุกวันตอนกลางวันไม่เป็นไร เขาจัดการเองได้ แต่กลางคืนมักจะปัสสาวะรดที่นอน ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะพามาตรวจดูว่าเป็นอะไร”
เหมียวหย่งเจินถลึงตาใส่หลิวซวิ่นแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบอธิบายว่า“ดื่มน้ำเยอะ ปัสสาวะจะไม่เยอะได้อย่างไร ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย”
เฉินชางได้ยินแบบนี้ก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ฟังจากคำอธิบายของทั้งสอง เฉินชางยิ่งรู้สึกถึงความผิดปกติ
ตอนนี้เองเหล่าหม่าได้เดินเข้ามาพร้อมยิ้มพูด“เด็กคนนี้ใฝ่รู้ใฝ่เรียนจริงๆ นอนอ่านหนังสืออยู่เลย ดูเหมือนว่าอัจฉริยะส่วนหนึ่งก็มาจากการฝึกฝน!”
เหมียวหย่งเจินยิ้มพูด“เฮ้อ… เด็กคนนี้ชอบอ่านหนังสือตั้งแต่เด็ก และความจำดีมากค่ะ พวกบทกวีทั้งหลายก็ท่องได้หลายร้อยบทเลย! เราเองก็งานยุ่ง ที่สำคัญคือลูกตระหนักรู้ในตัวเอง!”
หลิวซวิ่นเห็นภรรยาคุยโวก็ไม่ได้พูดอะไร เด็กบ้านไหนจะไม่ชอบเล่นซน มันเป็นนิสัยโดยธรรมชาติ!
จู่ๆ เฉินชางก็ถามขึ้นมาว่า “เด็กคนนี้นอนน้อยตั้งแต่เด็กใช่ไหมครับ!”
หลิวซวิ่นพยักหน้า “ใช่ครับ นอนตั้งแต่หัวค่ำ ตอนเช้าก็ตื่นแต่เช้าตรู่”
เฉินชางกำลังจะพูดอะไรสักอย่าง จู่ๆ ก็นึกถึงคำพูดของหมอแผนกจักษุวิทยา จึงรีบถามว่า“ต