ี้มานั่งลงข้าง ๆ
นางไม่ได้มามือเปล่า แต่เอาชุดขนาดเล็กมาด้วย นำออกมาให้หลี่ซื่อดูแล้วถามว่าชุดนี้นางทำเอง เป็นอย่างไรบ้าง
“ก็ดีนะเจ้าคะ แต่ตรงนี้ต้องเย็บอีกหน่อย…” หลี่ซื่อตรวจดูเล็กน้อย แล้วชี้ตรงจุดหนึ่งบอกให้หลิวซื่อเย็บเพิ่ม
ผิวทารกบอบบาง ต้องระวังตรงตะเข็บให้ดี ไม่อย่างนั้นอาจทิ่มแทงผิวของลูกน้อยเอาได้ง่าย ๆ
แม้ชุดขนาดเล็กแบบนี้จะทำมาจากผ้าของชุดเก่าที่ใช้แล้ว แต่ชุดเก่าพวกนั้นเอาให้เด็กสามสี่คนใช้แล้ว เนื้อผ้าจึงอ่อนนุ่ม แต่ปริขาดง่าย ต้องระวังเอาไว้
ใช่ว่าพวกนางไม่คิดจะใช้ผ้าใหม่มาทำชุดให้เด็ก ๆ แต่เด็กน้อยโตไว เสื้อผ้าหนึ่งชุดสวมได้ไม่นานก็โตแล้ว
หลิวซื่อยิ่งคิดก็ยิ่งตัดใจไม่ลง สุดท้ายจึงรื้อเสื้อผ้าเก่า ๆ ออกมาแก้ รอจนเด็กน้อยโตกว่านี้ค่อยใช้ผ้าใหม่ตัดชุดให้
คนอื่นเห็นว่าสกุลจูมีฐานะดีขึ้นเรื่อย ๆ แต่พวกผู้หญิงสกุลจูทราบดีว่าหาเงินได้มาก แต่ก็มีค่าใช้จ่ายมากเช่นกัน สุดท้ายแล้วก็ได้ไม่เท่าไหร่
พูดเรื่องเสื้อผ้าเสร็จแล้ว หัวข้อสนทนาของคนทั้งสองก็วกกลับมาที่เรื่องงานมงคลของซานจ้วงและซื่อหู่อีกครั้ง
จากนั้นไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด พวกนางกลับหันมานับวันที่จูซานและจูชีจากบ้านไป
“เอ๊ะ? พี่สะใภ้รอง นับวันดูแล้ว วันนี้เจ้าเจ็ดควรสอบเสร็จได้แล้วใช่ไหมเจ้าคะ?” สอบเสร็จของหลี่ซื่อหมายถึงประกาศผลสอบ
“จริงด้วย วันนี้น่าจะประกาศผลได้แล้ว” หลิวซื่อพูด “แต่ไม่รู้ว่าเจ้าเจ็ดสอบเป็นอย่างไรบ้าง