”
เย่อวี๋หรานมองอีกฝ่ายอย่างลึกซึ้ง “ได้”
ลูกสะใภ้มาขอร้องนางเช่นนี้ นางจะไม่เข้าใจได้อย่างไร?
คงกลัวว่านางจะโมโหจนใจร้อนรุ่ม จึงหาอะไรให้นางทำ ถึงได้ให้นางไปช่วยดูแลพวกเด็ก ๆ
คนอายุมากแล้วก็เป็นอย่างนี้ ต่อให้ไม่พอใจแค่ไหน แต่พอเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของเด็ก ๆ จิตใจก็ปลอดโปร่งขึ้นแล้ว
คนอื่นมักกล่าวหาว่านางลำเอียงรักหลี่ซื่อ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าคนที่ทำให้นางรู้สึกวางใจที่สุดในบ้านนี้ก็คือหลี่ซื่อ?
หลี่ซื่อยิ้มกว้าง “อย่างนั้นก็รบกวนท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ พวกเขากำลังอ่านตำราอยู่กับต้าเป่าและเอ้อร์เป่าที่ห้องหนังสือเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวถึงเวลากินข้าว ข้าจะเรียกท่านอีกทีนะเจ้าคะ…”
“อื้ม!” เย่อวี๋หรานขานรับแล้วเดินไปหาพวกจูชี
เนื่องจากจูชีใกล้จะสอบเคอจวี่ ช่วงหลายวันนี้ยังจะมีแขกเหรื่อมาที่บ้าน เพื่อไม่ให้กระทบต่อการเตรียมตัวของจูชี คนสกุลจูจึงตัดสินใจเด็ดขาด ย้ายถ่านมาไว้ที่ห้องหนังสือในเรือนหลังใหม่
เมื่อจัดห้องหนังสือให้ใหม่เรียบร้อยแล้ว ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าจึงตามมาอยู่ทางนี้ด้วย
ส่วนซานเป่าและซื่อเป่า ช่วงนี้อากาศหนาวไม่อาจออกไปไหน จึงมา ‘ฟังเรื่องเล่า’ กับพวกพี่ชาย
ใช่แล้ว พวกเขามาฟังต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าเล่าเรื่องราวในตำราให้ฟังนั่นเอง
เด็กน้อยไม่มีสิ่งบันเทิงอะไร เรื่องเล่าเรื่องเดียวก็สามารถฟังได้ทั้งวัน
บางครั้งหลี่ว์ต้ายา หลี่ว์เอ้อร์ยา และหลี่ว์ซานยา กระทั่งจูปาเม่ย หลินซานเม่ย และห