นางก็อยากจะกลอกตาเสียจริง ๆ “เจ้าทำอะไรเนี่ย? ทำข้าตกใจแทบแย่ ฮู่ ๆๆ…”
“ข้า ข้าอยากมาทักทายท่าน”
“ใครเขามายืนทักทายข้างหลังคนอื่นกัน? ทั้งยังเป็นกลางดึกเช่นนี้ มาโผล่ที่เรือนคนอื่นอย่างน่าแปลก…” พูดถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็ตอบสนองออกมา “เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน เจ้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่? กลางดึกเช่นนี้เจ้ามาทำอะไรที่เรือนข้า?”
เมื่อครู่เพิ่งฝันถึงจูลิ่ว เย่อวี๋หรานจึงกำลังตื่นตัว นางรีบถามว่า “ไม่ใช่ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นหรอกกระมัง?”
“หืม? เรื่องใดหรือ?” กานอี้เซียนสับสนอยู่บ้าง
หากไม่ใช่ว่าจูต้าเหนียงมีเรื่องอะไรจนกลางดึกเช่นนี้ไม่ยอมหลับยอมนอน เขาจะมาปรากฏตัวที่นี่หรือ?
แล้วเหตุใดจูต้าเหนียงกลับเป็นฝ่ายถามเขาแทนเล่า?
“อะไร มีเรื่องอะไรก็รีบพูดมาเถิด” เย่อวี๋หรานเร่ง
กานอี้เซียนหาเรื่องมาพูดไม่ได้ “ไม่มีอะไร ข้าแค่…ผ่านทางมา เห็นท่านยังไม่นอนจึงรู้สึกแปลกใจ ดังนั้นจึงเข้ามา…”
“วันปีใหม่เช่นนี้ เจ้าไม่อยู่ฉลองกับพ่อแม่เจ้าหรือ? วิ่ง ‘ผ่าน’ มาถึงหมู่บ้านของพวกเราเช่นนี้เชียว?” เย่อวี๋หรานจำต้องมองกานอี้เซียน นางพูดกับเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ “เจ้าคิดว่าข้าโง่หรือ?”
“เอ่อ…” เขาพูดไม่ได้ว่าตัวเองเป็นถู่ตี้เฉิน จึงไม่สามารถออกห่างจากอาณาเขตนี้ได้กระมัง? อีกอย่าง บนสวรรค์หนึ่งวันเท่ากับบนโลกหนึ่งปี
ช่วงปีใหม่ของโลกมนุษย์ สำหรับพ่อแม่ของเขานั้นถือว่าไม่ได้เจอหน้าเขาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น
“แต่งเลย แต่งเรื่