่ละคนก็เป็นของคนนั้นตามเดิม ประเด็นสำคัญที่เหลือก็คือเรื่องที่ดินทำกิน
เย่อวี๋หรานกล่าวว่า “พวกข้าไม่เอาเปรียบพวกเขา แม้เหล่าเฉียนกับเฉียนซินจะทำไม่ถูก แต่ถึงอย่างไรพวกเขาคนหนึ่งก็เป็นอดีตสามีของจูเอ้อร์เม่ย ส่วนอีกคนเป็นลูกชายของนาง จึงย่อมไม่อาจทำกันเกินไป เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน พวกข้าไม่เรียกร้องการชดเชย ที่ดินก็แบ่งกันคนละครึ่ง เฉียนซินและเฉียนเสี่ยวซินคนละครึ่ง”
เมื่อได้ยินวาจานี้ เจ้าหน้าที่และผู้อาวุโสประหลาดใจมากทีเดียว
พวกเขาเข้าใจว่า ด้วยนิสัยของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ คงจะเอาเปรียบคนอื่นจนถึงที่สุดเสียอีก
อาศัยช่วงที่สองพ่อลูกไม่อยู่ กอบโกยเรือนสกุลเฉียนไปจนเกลี้ยง มิคาดว่า…
นอกจากนางจะไม่เอาเปรียบแล้ว ยังแยกเรือนออกเป็นสองส่วนอย่างยุติธรรม ทั้งยังรับปากว่าในช่วงที่เหล่าเฉียนและเฉียนซินไม่อยู่ ในฐานะที่เป็นน้องชาย เฉียนเสี่ยวซินมีหน้าที่ช่วยพี่สะใภ้ใหญ่ทำนา
จะพูดอย่างไรเฉียนซินก็เป็นพี่ชายของเฉียนเสี่ยวซิน จูเอ้อร์เม่ยสามารถไม่ต้องการลูกชายคนนี้ แต่เฉียนเสี่ยวซินไม่อาจไม่สนใจความเป็นพี่น้อง และไม่อาจไม่เหลียวแลหลานชายหลานสาวของตนเอง
แต่ก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า จะปลูกได้เท่าไหร่ เก็บเกี่ยวได้เท่าไหร่ ล้วนขึ้นอยู่กับดินฟ้าอากาศ ถ้าเหล่าเฉียนและเฉียนซินออกมาแล้วกลับมาโวยวายว่าเฉียนเสี่ยวซินเอาเปรียบพวกตน เช่นนั้นก็อย่าโทษว่าสกุลจูไม่ไว้หน้าหมู่บ้านเฉียนเฉวียน
ความนัยที่แฝงอยู่ก็คือ วันห