ลยสักคน เขาจึงเริ่มอ่านเนื้อหาในช่วงครึ่งหลังอย่างช้าๆ “เคลื่อนผ่านตำหนักแดง คล้อยต่ำสู่หน้าต่างวิจิตร ฉายแสงสู่ผู้มินิทรา มิควรมีความแค้นใจ ไฉนจึงกระจ่างกลมในยามต้องจากลา”
เมื่ออ่านถึงตรงนี้
น้ำเสียงของสืออวิ๋นก็มีความรู้สึกที่ซับซ้อนยากจะอธิบายเพิ่มเข้ามา มีการเน้นเสียงหนักในบางคำ
“มนุษย์มีทุกข์สุขพลัดพรากพบเจอ ดวงจันทร์มีมืดสว่างเต็มดวงเว้าแหว่ง เรื่องเช่นนี้ยากจะสมบูรณ์พร้อมมาแต่โบราณ เพียงปรารถนาให้ผู้คนอยู่ยั้งยืนยาว ร่วมชมจันทร์นวลแม้อยู่ไกลนับพันลี้…”
ในงานเงียบสงัดยิ่งกว่าเดิม
ทว่าในวินาทีนี้ สายตาทุกคู่ต่างพากันมองไปทางหลินจือไป๋
หลินจือไป๋เผชิญหน้ากับทุกคนด้วยรอยยิ้มสงบนิ่ง หากทุกคนพิจารณาดูอย่างละเอียดจะเห็นแววตาที่ยังมีความมึนเมาแฝงอยู่ เห็นได้ชัดว่าจนถึงตอนนี้ยอดปราชญ์ผู้นี้ยังไม่สร่างเมาดีนัก จนร่างกายดูเหมือนจะซวนเซเล็กน้อย
ทว่าเมื่อเทียบกับความเงียบงันในที่แห่งนี้
ในห้องไลฟ์สดตอนนี้กลับระเบิดออกมาอย่างรุนแรง!
‘พระเจ้าช่วย กลอนบทนี้ทำเอาฉันขนลุกไปทั้งตัว ผลงานระดับปรมาจารย์ของจริง!’
‘นี่คือลายเส้นจากสรวงสวรรค์!’
‘ขอให้ผมได้เรียกเขาว่าคุณหลินเถอะ!’
‘นี่คือกลอนที่สวยงามและน่าทึ่ง