ที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินและเคยได้เห็นจากปัญญาชนร่วมสมัยทุกคน!’
‘บ้าไปแล้ว! นี่แหละที่เรียกว่าโคตรเจ๋ง! นี่แหละความหมายของมัน!’
‘ฉันที่ไม่รู้เรื่องกลอนกวีเลย ยังสะท้านจนหนังหัวชาไปหมด!’
‘ผมเคยคิดมาตลอดว่าปัญญาชนสมัยใหม่เทียบไม่ได้เลยกับยอดกวีในสมัยโบราณ แต่กลอนบทนี้ของหลินจือไป๋ ผมรู้สึกว่าต่อให้ไปเทียบกับผลงานของยอดกวีสมัยก่อนก็ไม่ด้อยกว่าเลยสักนิด!’
‘ไม่ด้อยกว่าเหรอ?’
‘มันยิ่งกว่านั้นอีก ผมรู้สึกว่าต่อให้คุณพลิกหาผลงานของกวีสมัยก่อนทั้งหมด ก็คงหากลอนเทศกาลไหว้พระจันทร์ที่เทียบเคียงกับบทนี้ได้ไม่กี่บทหรอก!’
ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่เข้าใจกลอน
ทว่า ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ บทนี้ไม่ได้ซับซ้อนจนเข้าใจยากขนาดนั้น
ใครก็ตามที่เคยผ่านการเรียนมา ย่อมเข้าใจความหมายผ่านตัวอักษรได้สักห้าหกส่วนแล้ว
และสำหรับคนที่มีพื้นฐานทางวรรณกรรมอยู่บ้าง ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เมื่อเผชิญหน้ากับผลงานที่สืบทอดมานับพันปีในอีกโลกหนึ่งโดยที่สีสันไม่เคยจางหาย เพียงแค่ชายตามองก็สัมผัสถึงอำนาจบารมีอันแสนพิเศษนั้นได้…
กลอนเทศกาลไหว้พระจันทร์ นับตั้งแต่ทำนองแห่งสายน้ำปรากฏออกมา กลอนบทอื่นก็ล้วนไร้ค่า!
นี่คือคำวิจารณ์ของคนรุ่นหลังที่มีต่อ