‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ เป็นคำวิจารณ์ที่รุนแรงและสุดโต่งอย่างยิ่ง!
ทว่าคำวิจารณ์ที่สุดโต่งขนาดนี้ กลับได้รับการยอมรับจากยอดกวีนับไม่ถ้วนในโลกเก่าในเวลาต่อมา คุณภาพของมันย่อมเห็นได้ชัดเจน!
และในวินาทีนี้เอง เซี่ยซินอี๋ถึงเพิ่งเข้าใจว่าทำไมสามทหารเสือถึงมีปฏิกิริยาแบบนั้นหลังจากได้ดูผลงานของหลินจือไป๋
เพราะกลอนบทนี้ของหลินจือไป๋ทำให้คนรู้สึกสิ้นหวังเกินไป!
การได้อ่านกลอนบทนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดของเหล่าปัญญาชน!
สามทหารเสือถึงกับรู้สึกว่าพวกเขาไม่คู่ควรที่จะมาเล่นกับหลินจือไป๋เลยด้วยซ้ำ
โดยเฉพาะเจียงโส่วรั่ง เขาคือยอดฝีมือที่ถนัดการเขียนกลอนที่สุดในกลุ่มสามทหารเสือและในหมู่ปัญญาชนฉีโจว!
เมื่อเห็นว่าวันนี้หลินจือไป๋ก็เลือกเขียนกลอนเช่นกัน เดิมทีเขาแอบมีความคิดอยากจะประชันฝีมืออยู่บ้าง ผลคือหลังจากดูผลงานของอีกฝ่ายเขาก็ปิดกั้นตัวเองทันที
ผลงานของตนเอง ไม่มีแม้แต่คุณสมบัติที่จะนำไปวางเปรียบเทียบกับกลอนของอีกฝ่ายได้เลย
พูดง่ายๆ คือโดนถล่มด้วยระดับที่ต่างกันเกินไป
หูเหวยพึมพำออกมา “เพียงปรารถนาให้ผู้คนอยู่ยั้งยืนยาว ร่วมชมจันทร์นวลแม้อยู่ไกลนับพันลี้… เพียงปรารถนาให้ผู้คนอยู่ยั้งยืนยาว ร