ำคืนนี้ บทกวีและกลอนที่ปัญญาชนระดับท็อปที่สุดของฉีโจวเขียนขึ้นมา ต่างถูกกลอนบทนี้ของเขาเหยียบจมดินจนกลายเป็นเพียงฝุ่นผง
ทั้งที่ผลงานของทุกคนก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว…
ทั้งที่ปีนี้ทุกคนต่างก็แสดงฝีมือเกินมาตรฐานกันหมดแล้ว…
ทว่าช่องว่างมันมากเกินไป มากจนเทียบกับหลินจือไป๋ไม่ได้จริงๆ!
ทว่าในวินาทีถัดมา ความคิดของหูเหวยก็เปลี่ยนทิศทาง เขากลับรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที จริงๆ แล้วเรื่องนี้สามารถมองในอีกมุมหนึ่งได้!
แม้หลินจือไป๋จะเป็นคนฉินโจว ทว่าบท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ นี้กลับถูกรังสรรค์ขึ้นที่ฉีโจว ต่อไปเมื่อแพร่หลายออกไป มันจะกลายเป็นตำนานที่งดงาม แม้ว่าฉีโจวในบทกลอนนี้จะทำได้เพียงเป็นฉากหลัง ทว่าการได้เป็นฉากหลังในผลงานชิ้นเอกเช่นนี้ก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้ว!
อะไรนะ?
คุณบอกว่างานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ของฉีโจวครั้งนี้ ถูกหลินจือไป๋ใช้บท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ มาพังงานจนเสียภาพพจน์วงการวรรณกรรมฉีโจวเหรอ?
ปัดโธ่!
ใครกล้าพูดแบบนี้ ก็ลองให้วงการวรรณกรรมทวีปนั้นมาเจอกับบทกลอนนี้ดูสิ?
การที่หลินจือไป๋งัดบท ‘ทำนองแห่งสายน้ำ’ ออกมา มันคือจุดจบประเภทที่ใครแตะเป็นต้องตาย ไม่มีใครมีสิทธิ์มาหัวเราะเยาะฉีโจวทั