ดินหมากได้ห่วยแตกขนาดนั้น ผมชนะไปก็ไม่ได้รู้สึกภูมิใจอะไรเลย”
“ก็คุณมันระดับมือโปรนี่นา มองผมเป็นพวกเดินหมากห่วยแตกก็ไม่แปลกหรอก”
หูเหวยถลึงตาใส่หลี่ไป๋อย่างไม่พอใจทีหนึ่ง แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้โกรธจริงๆ
หลี่ไป๋เป็นปัญญาชนที่มีนิสัยค่อนข้างพยศและไม่ค่อยยอมใคร แต่หูเหวยกลับชื่นชมในความสามารถของอีกฝ่ายมาก
“ที่แท้อาหลี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอครับ”
เจียงโส่วรั่งยิ้ม “วันหลังต้องขอลองสักกระดานดูบ้าง ผมเองก็พอมีฝีมืออยู่เหมือนกัน แต่การเดินหมากมันเสียเวลาเกินไป ในเมื่อวันนี้เป็นงานชุมนุมกวีเทศกาลไหว้พระจันทร์ ซินอี๋จะพิจารณาแสดงความสามารถพิเศษให้ทุกคนชมกันหน่อยได้ไหมครับ?”
“จะให้ฉันแสดงทุกปีเลยเหรอคะ?”
คิ้วสวยของเซี่ยซินอี๋ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ปีนี้เธอไม่อยากแสดงวิชาพิณแล้ว
ทว่าพอหันไปเห็นหลินจือไป๋กำลังมองตนเองอยู่ ไม่รู้ทำไมเธอถึงเกิดความสนใจขึ้นมานิดหน่อย เธอเม้มปากแล้วเอ่ยว่า
“ปีหน้าพวกคุณต้องปล่อยฉันไปนะ”
พูดจบเซี่ยซินอี๋ก็ลุกขึ้นยืน เจ้าหน้าที่รีบยกกู่ฉินมาวางให้ทันที
หลินจือไป๋เหลือบมองพิณโบราณตัวนั้น มันคือพิณเจ็ดสายที่เขาเคยศึกษามานิดหน่อยตอนเรียนเรียบเรียงเพลงจริงๆ
เมื่อเซี่ย