ได้ด้อยไปกว่าอักษรหวัดของเขาเลยสักนิด!’
ชัดเจน
สำหรับเรื่องที่หลินจือไป๋เพิ่งเขียนกวีไปแล้วต้นฉบับกลับทำให้ปัญญาชนฉีโจวแย่งกันวุ่นวายนั้น ทุกคนพากันพูดถึงอย่างสนุกปาก
ส่วนเรื่องการวาดภาพของหลินจือไป๋…
แม้ทุกคนจะทึ่งในความสามารถที่หลากหลายของเขา แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่นัก
หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ แม้ทุกคนจะเชื่อว่าหลินจือไป๋วาดรูปเป็น แต่ก็ไม่คิดว่าระดับการวาดภาพของเขาจะสามารถเทียบเคียงกับลายพู่กันหรือบทกวีได้
เหมือนกับที่หลางหล่าง[1]เล่นกีตาร์เป็นก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
แต่ทุกคนไม่มีทางคิดว่าระดับการเล่นกีตาร์ของหลางหล่างจะเทียบกับเปียโนได้แน่นอน
แม้ในตอนนี้กล้องจะจับภาพไปที่หลินจือไป๋ และเห็นว่าท่วงท่าการคุมพู่กันของเขาดูเหมือนจะเป็นมืออาชีพมากก็ตาม
และข้างๆ กันนั้น
ซ่งซิ่งเหลียงเองก็กำลังวาดภาพพู่กันจีน หัวข้อที่เขาเลือกคือ ‘ดอกไม้’
น้ำหมึกวาดดอกไม้นั้นง่าย แต่การจะวาดให้โดดเด่นนั้นยาก ทว่าเทคนิคของซ่งซิ่งเหลียงนั้นแข็งแกร่งมาก ไม่นานนักก็รังสรรค์จิตวิญญาณออกมาได้
“ฝีมือการวาดของเหล่าซ่งเนี่ย ฉันยอมสยบให้เลย”
เจียงโส่วรั่งดูไปพลางถอนหายใจไปพลาง แต่ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการวาดของซ่งซิ่งเหลียงเล