เห็นเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสองต่างเรียกหลินจือไป๋ว่าคุณหลิน ซั่งจื้อหรงก็รู้สึกกระดากอายที่จะเรียกพี่หลินต่อไป
“วาดภาพ?”
หูเหวยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดูเหมือนวันนี้จะไม่มีวาสนาได้ชมลายมือเสียแล้ว”
“มีครับมี”
เจียงโส่วรั่งรีบเสนอขายทันที “อาจารย์ทุกท่านมองว่าภาพวาดของเหล่าซ่งเป็นอย่างไรบ้างครับ?”
ซ่งซิ่งเหลียงวาดเสร็จเกือบหมดแล้ว เพราะเขามีสมาธิมาก จึงไม่รู้เลยว่ามีคนมามากมายขนาดนี้ วินาทีที่เงยหน้าขึ้นมาถึงกับสะดุ้งโหยง รีบทักทายตะกุกตะกัก “อาจารย์หู… อาจารย์สือ… อาจารย์ทุกท่าน...”
“ขอดูหน่อย”
สืออวิ๋นเดินเข้าไปดู พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ “ต้องบอกว่าภาพวาดของซิ่งเหลียง เริ่มเข้าใกล้ระดับของคุณพ่อเขาเข้าไปทุกทีแล้ว ภายในสิบปีนี้น่าจะมีหวังเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!”
“จริงหรือเปล่าครับ?”
เจียงโส่วรั่งอ้าปากค้าง “ฉีโจวของเราจะมีปรมาจารย์การวาดภาพสักกี่คนกันเชียว…”
สืออวิ๋นเอ่ย “นี่ยังไม่เชื่อสายตาผมอีกเหรอ? ไม่ว่าฉีโจวจะมีปรมาจารย์การวาดภาพกี่คนก็ตาม แต่ในอนาคตปรมาจารย์ที่หนุ่มที่สุดในฉีโจว จะต้องเป็นซ่งซิ่งเหลียงในกลุ่มสามทหารเสืออะไรของพวกคุณนี่แหละ!”
“คุณพูดแบบนี้ผมย่อมเชื่อแน่นอนครับ ก็คุณน่ะเป็