เจรจากับท่านโดยตรงก็ได้”
“กับข้า?!” พี่เป้าตกใจ “จูต้าเหนียงหมายความว่า ให้ข้าเป็นตัวแทนไปเจรจากับนายท่านผู้เฒ่าซุนโดยตรง?”
เย่อวี๋หรานพยักหน้า “ใช่แล้ว ข้าหมายความเช่นนั้น”
“ท่าน…” วางใจจริงหรือ? ไม่คิดจะทิ้งพวกข้าไว้กลางทางแน่นะ…
พี่เป้าเกือบจะพูดออกมาเสียแล้ว
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจูต้าเหนียงจะเชื่อใจเขาเช่นนี้
“พี่เป้า ก่อนนี้ข้าก็เคยพูดไปแล้ว สกุลจูเป็นครอบครัวบัณฑิตชาวนา ผู้หญิงอย่างพวกข้าแค่อยากหาค่าแป้งชาดเล็กน้อยเท่านั้น ในเมื่อตอนแรกข้าไปหาพวกท่านในนามของตัวเอง ต่อไปก็ไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลง ต่อไปถ้ามีคนอยากร่วมค้าขายกับข้าอีก ท่านเป็นตัวแทนไปเจรจาโดยตรงได้เลย ไม่ต้องให้พวกเขามาหาข้า”
แน่นอนว่าเย่อวี๋หรานยังไม่ลืมชี้ชัดว่า ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือแบบไหนก็ไม่อาจให้มากระทบผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย
เพียงแต่ความร่วมมือทางการค้าครานี้มี ‘บุคคลที่สาม’ เพิ่มขึ้นมา พวกเขาจำเป็นต้องเจรจากันให้ดีก่อนว่าจะจัดสรรปันส่วนกันอย่างไร
“ความคิดของข้าเรียบง่ายมาก ส่วนแบ่งของพวกเราให้คงไว้ตามเดิม”
“ส่วนของนายท่านผู้เฒ่าซุน พวกเราก็เอาไปรวมในส่วนของ ‘ต้นทุน’”
“หรือก็หมายความว่า ไม่ว่าพวกเราจะแบ่งผลกำไรให้นายท่านผู้เฒ่าซุนไปเท่าไหร่ สำหรับพวกเราสองฝ่ายนั่นก็คือ ‘ต้นทุน’ ตัดส่วนนี้ออกไปจึงจะเป็นผลกำไรที่พวกเราจะนำมาแบ่งกันอีกที”
……
คิดไม่ถึงว่าบุคคลที่สามจะเข้ามาร่วมด้วยเร็วเช่นนี้ แม้เย่อวี๋หรานจ