ำเข้าไปในเตาจนไอน้ำพุ่งกระจายไปทั่ว
จากนั้น หลินจือไป๋ ก็นำขาแกะใส่เข้าไปในเตาแล้วปิดฝา ก่อนจะหาผ้ามาผืนหนึ่งชุบน้ำให้เปียกโชกแล้วปิดทับด้านบน ตามด้วยการนำดินมาพอกทับผ้าไว้ และใช้ดินเปียกปิดปากเตาจนมิดสนิท
“ไม่ต้องใช้ไฟเหรอ?” เย่อิงไม่เข้าใจการกระทำของ หลินจือไป๋ เลยสักนิด
หลินจือไป๋ เอ่ย “ไม่ต้องใช้ไฟแล้ว ปิดเตาให้สนิท อบไว้อีกสักสองชั่วโมงก็สุกทั่วแล้ว”
“แล้วยังไงต่อเหรอ?”
“ทำหม้อไฟกระดูกสันหลังแกะ” หลินจือไป๋ วางแผนจัดการทุกส่วนเอาไว้หมดแล้ว
กระดูกสันหลังแกะเอามาทำหม้อไฟนะดีที่สุด ส่วนขาแกะนอกจากจะย่างทั้งขาแล้ว ยังเอามาทำเป็นเนื้อแกะเสียบไม้ย่างได้อีก เมนูนี้คนน่าจะชอบกันมากที่สุด แม้แต่คนที่ไม่ชอบกินเนื้อแกะก็น่าจะยอมกินอยู่บ้าง
จากนั้นซี่โครงแกะก็เอาไปตุ๋นน้ำใสกับใส่กระเทียมสักหน่อย หัวแกะก็ต้องทำ ทุบฟันทิ้ง ควักลูกตา และส่วนอื่นๆ ออกมาเตรียมไว้ก่อนแล้วต้มเคี่ยวไปจนถึงค่ำให้เปื่อยนุ่มเข้าเนื้อ
เครื่องในแกะอะไรนั่นยิ่งไม่ต้องพูดเลย
“สีขาวๆ อมชมพูนี่คืออะไรเหรอ?” เย่อิงเหมือนเด็กน้อยขี้สงสัย คอยช่วยงานอยู่ข้างๆ พลางเอ่ยถามเป็นระยะ “ดูน่ารักดีนะ”
“อันนี้นะเหรอ? น่ารัก?” หลินจือไป๋ มองตามส่วนที่เย่อิงชี้แล้วยิ้มตอบ “นี่คืออัญมณีแห่งแกะ หรือจะเรียกว่าเอวนอกของแกะก็ได้ พูดตรงๆ คือไข่แกะนั่นแหละ เพราะตัวที่เราเชือดเป็นแกะตัวผู้ไง”
ไข่… ไข่แกะ? เย่อิงทำหน้ากระอักกระอ่วน รีบเปลี่ยนเรื