ๆ
หลินจือไป๋ขี้แกล้งมากก็จริง
แต่จู่ๆ เย่อิงก็รู้สึกว่าความอัดอั้นที่เธอได้รับจากหลินจือไป๋ มักหาทางระบายกับคนอื่นได้เสมอ อย่างเช่นความรู้สึกเหนือกว่าจากอาหารมื้อนี้ ทำให้จิตใจของเธอสมดุลอย่างน่าประหลาด!
หืม?
หลินจือไป๋ล่ะ?
เย่อิงหันไปมอง ก็เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้ง
เพราะหลินจือไป๋เดินกลับมาพร้อมกับจานผลไม้ที่หั่นมาพร้อม ด้านในมีทั้งแอปเปิ้ลและฮามี่เมลอน กำลังเคี้ยวกรุบๆ อย่างเอร็ดอร่อย
หมอนี่ยังมีผลไม้หลังมื้ออาหารอีกเหรอ!
ไม่เหมือนคนอื่นที่พยายามประหยัด จนไม่กล้าแม้แต่จะซื้อผลไม้อะไรเลย!
“จอมขูดรีด!”
เย่อิงอิจฉาริษยาแค้นเคือง แต่กลับไม่ได้โวยวายขอแบ่งเพราะเธอรู้ดีว่าหมอนนี่จะให้ แต่ก็ต้องเก็บเงินแน่ๆ
“มีเงิน ทำอะไรก็ได้”
หลินจือไป๋เลียนแบบท่าทางภาคภูมิใจของเย่อิง มื้อนี้แม้เขาจะจ่ายไปสิบเหรียญดอกท้อ แต่เพื่อนร่วมทีมสามคนให้เขาคนละห้าเหรียญดอกท้อ
เท่ากับว่าสุดท้ายเขาก็ยังกำไรห้าเหรียญ!
แรงงานที่เสียไปนิดหน่อยไม่สำคัญ เพราะยังไงเขาเองก็ต้องกินข้าว
และสำหรับคนที่ทำอาหาร จะทำมากหรือน้อย แรงที่ใช้ก็แทบจะไม่ต่างกันเลย
“สุรุ่ยสุร่าย!”
ฉู่ฉู่เริ่มตาแดง พออิ่มหนำแล้วถึงเพิ่งมาเสียดายเหรียญดอกท้อห้าเหรียญของตัวเอง
“ผมยังสุรุ่ยสุร่ายได้มากกว่านี้อีกนะ”
หลินจือไป๋เอ่ย “ใครก็ได้ไปที่ตู้เย็น หยิบโยเกิร์ตของผมมาให้หน่อย ผมจะให้หนึ่งเหรียญดอกท้อ”
“นายท่านเชิญนั่งให้สบาย บ่าวจะไปเอามาให้เ