ียสนิทว่าค่าแรงและเงินส่วนแบ่งจากการขายล้วนถูกหักออกจาก ‘กำไร’ ของพวกเขาไม่ใช่หรือ?
ท้ายที่สุดแล้วทั้งค่าแรงและเงินส่วนแบ่งจากการขายก็จะกลายเป็น ‘ต้นทุน’ ส่วน ‘กำไร’ ก็จะน้อยลงเช่นกัน
นี่คือความปราดเปรื่องของเย่อวี๋หรานโดยฉวยโอกาสในยามนี้ไว้ ตอนนี้ยอมได้กำไรน้อยหน่อยหรือแทบไม่ได้เลย ภายหลังเมื่อการค้านี้เฟื่องฟูขึ้นก็ค่อยหักจากใน ‘กำไร’ ของพวกเขา เท่านี้ทุกคนก็จะไม่ ‘ปวดใจ’ แล้ว
เมื่อลองคิดดู เดิมทีเจ้าคิดว่ากำไรส่วนหนึ่งยังต้องหัก ‘ต้นทุน’ ออกไปอีก ซึ่งหมายความว่า ‘ส่วนแบ่งกำไร’ จะต้องน้อยลง เช่นนั้นจะรู้สึกสบายใจได้หรือ?
ครั้นเทียบกันแล้ว การที่ส่วนแบ่งกำไรไม่เปลี่ยนแต่กลับมีค่าแรงและเงินส่วนแบ่งจากการขายเพิ่มเข้ามา ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามากเพียงใด แต่คำที่ ‘เยอะ’ กว่าเช่นนี้ฟังแล้วก็ชวนให้รู้สึกสบายใจ
พี่เป้ามองใบหน้าของทุกคนที่ดูอิ่มสุขแล้วก็ยิ้มโดยที่ไม่ได้พูดอะไร
ความจริงแล้วหากผู้ตรวจสอบบัญชีเฉินไม่ได้มาวิเคราะห์ให้เขาฟังทีหลัง เขาคงไม่เข้าใจว่า ‘บัญชี’ นี้ของเย่อวี๋หรานมีเล่ห์เหลี่ยมมากถึงเพียงนี้
ดังนั้นกล่าวได้ว่าคนผู้นั้นเป็นคนฉลาดนัก!
“พี่เป้า จูต้าเหนียงผู้นี้ฉลาดกว่าที่ท่านเคยบอก” หลังจากเย่อวี๋หรานกลับไป ผู้ตรวจสอบบัญชีเฉินก็มาคุยกับพี่เป้า “นางไม่เหมือนกับผู้หญิงบ้านนอกทั่วไป ในอนาคตหากต้องติดต่อกับนางก็ควรจะระแวดระวังให้มาก อย่าคิดว่านางเป็นเพียงคนบ้านนอกและดูแคลนนาง”