่ถึงเกณฑ์หรอกนะ”
ใช่แล้ว อย่างไรเสีย ‘ไปตี้’ ก็เป็นดาวเด่นในบรรดาผู้เข้าแข่งขัน หลายคนเลยจับตามองเขา
ดังนั้นทุกคนย่อมมองเห็นว่าเมื่อครู่อีกฝ่ายเพียงตวัดพู่กันสองสามครั้งแล้วก็ ‘เลิก’ ทำโจทย์ไป ทุกคนมองไม่เห็นว่าไปตี้เขียนอะไรลงไปกันแน่ แต่เห็นได้ว่าไปตี้ใช้เวลาเขียนนานเท่าไร
นักศึกษาวิทยาลัยศิลปะฉินโจวคนหนึ่งพูดอย่างจนใจว่า “ดูจากที่ไปตี้ขีดเขียนแค่นิดเดียวเมื่อกี้ ถ้าเขาจะเข้ารอบต่อไปก็ต้องตอบข้อสุดท้ายให้ได้เท่านั้น”
ทุกคนถึงกับเงียบกริบ ที่นั่งอยู่ล้วนเป็นหัวกะทิของวิทยาลัยศิลปะจินโจว ใต้เวทีก็มีคนฝีมือดีไม่น้อย ย่อมดูออกว่าโจทย์ข้อสุดท้ายนั้นแทบจะเป็นกลอนคู่สมบูรณ์ ไม่ต้องพูดถึงไปตี้เลย เกรงว่าแม้แต่สุดยอดมือหนึ่งกลอนคู่ระดับท็อปของฉินโจวก็ยังต่อไม่ได้!
บนโลกออนไลน์ ผู้ชมที่กำลังดูถ่ายทอดสดก็จับตามองไปตี้เช่นกัน แต่เพราะผู้กำกับภาพไม่ได้จับกล้องที่ หลินจือไป๋ ตลอด ต้องสลับให้ผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ มีจอออกอากาศด้วย ออนไลน์จึงไม่รู้ว่าไปตี้เขียนไปแค่ไม่กี่ขีด ทุกคนเลยยังเฝ้ารอคอยอยู่
‘ไปตี้จะเข้ารอบได้ไหม?’
‘น่าจะมีลุ้นนะ’
‘ดูสีหน้าไปตี้ยังนิ่งมากเลย’
‘เรื่องนี้ตอบยาก ตอนกล้องแพนไปหาไปตี้เขาแทบไม่ได้ขยับพู่กันเลยนะ แต่คนอื่นเขียนเอาๆ เหมือนคิดทางออกไว้ชัดเจนแล้ว’
‘หรือว่าไปตี้ตอบได้ไม่กี่ข้อ?’
‘ไปตี้อาจจะไม่ถนัดกลอนคู่ แต่อย่างน้อยก็เป็นนักศึกษาจิทยาลัยศิลปะฉินโจว บางทีผู้บริหารมห