ืนอุ้มเขาขึ้นมาหรือดึงแขนเขา เขาจะหมดแรงกลางคันและกลายเป็นเหมือนหุ่นเชิด”
“ผมเข้าใจแล้ว”
ชายคนนั้นคุยกับแม่อยู่พักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแล้วกล่าวว่า
“ก็คือหลังจากที่พวกคุณทะเลาะกัน ก็ทำเหมือนอีกฝ่ายตายไปแล้ว และใช้ชีวิตกันแบบนี้มาโดยตลอด แล้วพวกคุณยังปลูกฝังแนวคิดแบบนี้ให้ลูก จนสุดท้ายก็กลายเป็นแบบตอนนี้”
พูดจบ ชายคนนั้นก็มองไปที่ด้านหลังฉันอีกครั้ง เหมือนกำลังพูดอยู่กับใครสักคน และพยักหน้าไม่หยุด
ฉันเองก็หันไปมอง กลับเห็นเพียงความว่างเปล่า
ตอนนี้ฉันโตแล้ว สามารถเข้าใจสิ่งที่แม่กับหมอพูดในตอนนั้น รวมถึงเหตุผลว่าทำไมมันถึงกลายเป็นแบบนี้
แม่มักจะบอกฉันว่า
“พ่อของลูกอยู่ตรงนี้”
แต่ฉันกลับถามย้อนไปว่า
“พ่ออยู่ที่ไหน?”
“ทำไมลูกถึงไม่รู้ว่าเขาอยู่ไหนละ? ตอนนี้ลูกไม่ได้เบียดชิดกับเขาอยู่เหรอ?”
แล้วแม่ก็ร้องไห้ออกมาอย่างจนปัญญา
ต่อมาแม่ก็หันไปทางพ่อ และเริ่มพูดคุยกับเขา
หลังจากฉันกลายมาเป็นสภาพนี้ พอกับแม่ก็ไม่ทะเลาะกันอีกเลย!
แม้ว่าฉันจะยังคงมองไม่เห็นพ่อ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังปลอบโยนแม่ที่กำลังร้องไห้อยู่
ตอนนี้พวกเขาสองคนต่างพึ่งพิงกันและกัน ใช้ชีวิตต่อไป
ผู้คนต่างบอกว่าการกระทำของพ่อกับแม่ทำร้ายจิตใจอันอ่อนเยาว์ของฉัน จึงทำให้กลายเป็นแบบนี้
แต่มันไม่ตรงกับคำตอบที่ฉันได้รับจากตัวเองสักเท่าไหร่
ช่วงนี้ฉันรู้สึกว่าเป็นเพราะฉันต้องการให้มันกลายเป็นแบบนี้เอง แน่นอนว่าเป้าหมายก็เพื่อไม่ให้พ