สร้างเรือนของตัวเองนะเจ้าคะ”
“ใช่แล้ว ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกข้ามีเงินอยู่ไม่เท่าไหร่ นี่เป็นเรื่องของอีกหลายปีหลังจากนี้ ยังไม่รีบเจ้าค่ะ” หลิวซื่อลอบระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถึงนางจะรอคอยให้ได้แยกเรือน แต่นางไม่ได้โง่
เมื่อมีแม่สามีอยู่ด้วย ทุกคนยังสามารถหาเงินด้วยกัน แต่ถ้าแยกเรือนออกไปแล้ว เรื่องหาเงินยังจะเวียนมาถึงนางอีกหรือ?
นางลอบหรี่ตามองไปทางหลี่ซื่อ
เฮอะ! น้องสะใภ้สี่ พอได้ยินว่าแยกเรือนคงดีใจเสียเต็มประดาเลยล่ะสิ!
ในครอบครัวนี้ ผู้ใดยังไม่รู้อีกว่าเงินอยู่ในมือใคร?
หลิวซื่ออยากเก็บเงินให้มากพอจะสร้างเรือนหลังใหม่และย้ายออกไปในเร็ววันใจจะขาด เช่นนี้นางก็สามารถจัดการเรื่องค้าขายเองได้แล้ว ไม่ต้องขายของผ่านทางหลี่ซื่ออีก
เมื่อขายของผ่านหลี่ซื่อ ขายได้หนึ่งชิ้นไม่รู้ว่านาง ‘เสียเปรียบ’ ไปแล้วเท่าไหร่ เพราะนอกจากต้องหักให้ส่วนกลางแล้ว ยังต้องมอบส่วนหนึ่งให้หลี่ซื่อเป็น ‘ค่าเหนื่อย’ อีกต่างหาก
หลิวซื่อไม่คิดว่าของที่หลี่ซื่อขายได้นั้นตนเองจะขายบ้างไม่ได้
หลิ่วซื่อไม่ได้มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรมากนัก ความคิดของนางเรียบง่ายยิ่งนัก แม่สามีว่าอย่างไร นางก็ทำเช่นนั้น
ในบรรดาคนทั้งหลาย หลินซื่อคือคนที่ไม่อยากแยกเรือนออกไปมากที่สุด เพราะนางเป็นคนที่เก็บเงินได้น้อยที่สุดแล้วในบรรดาลูกสะใภ้
ทำอย่างไรได้ ต้องเลี้ยงดูน้องสาวสองคน ตอนนี้ยังมีหลานสาวมาเพิ่มอีกสามคน ถ้าแยกเรือนกัน คนที่เสียผ