ลประโยชน์ก็คือนางแน่นอน นางอยากอยู่เรือนหลังเก่าต่อไปนาน ๆ เพราะไม่ต้องจ่ายค่ากินค่าใช้ ประหยัดเงินได้
“ในเมื่อเป็นเรื่องของอนาคต เช่นนั้นก็ไม่พูดแล้ว วันหน้าค่อยพูด ถึงตอนนั้นสถานการณ์จะเป็นอย่างไรก็ยังไม่แน่นอน…มาพูดตอนนี้ก็ออกจะเร็วไปหน่อยจริง ๆ” นางไม่สบายใจอยู่บ้าง เหลียวซ้ายแลขวา พิจารณาสีหน้าทุกคน
เป้าหมายในวันนี้ของเย่อวี๋หรานไม่ใช่เรื่องการแยกเรือน แต่เป็นการพูดสิ่งที่ควรพูดเอาไว้ก่อน ตั้งกฎที่พึงตั้งเอาไว้ ประการแรกคือเพื่อปูทางสำหรับอนาคต อีกประการก็คือเพื่อสะสางเรื่องของหลินซื่อ
นางทราบว่าเรื่องหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยกลายเป็นกรณีตัวอย่าง นางรับปากง่ายดายเกินไป เป็นเหตุให้หลินซื่อเข้าใจไปว่า สกุลจูสามารถเลี้ยงดูหลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ย ก็ย่อมสามารถเลี้ยงดูต้ายา เอ้อร์ยา และซานยาได้ด้วยเช่นกัน
แต่หลินซื่อมีสิทธิ์อะไร?
นางเหมือนคนที่ชอบรับของเหลือใช้นักหรือ? มาแล้วหนหนึ่ง นางก็ต้องรับไว้อีกครั้ง?
ไม่ถามไถ่นางสักคำก็ทะเลาะกันกับหลิวซื่อ ราวกับมั่นใจนักหนาว่านางจะต้องยอมรับต้ายา เอ้อร์ยา และซานยาเอาไว้แน่นอน ทำให้นางรู้สึกไม่สบอารมณ์แล้ว
“ท่านแม่…” ครั้นหลินซื่อสังเกตเห็นสายตาของเย่อวี๋หรานก็ยิ่งกระวนกระวายใจ
นางแต่งเข้าสกุลจูมาได้พักใหญ่แล้ว ย่อมพอทราบไม่มากก็น้อยว่าสายตาเช่นนั้นของแม่สามีหมายความว่าอย่างไร สีหน้าปราศจากอารมณ์เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่า ‘ไม่พอใจ’ เสียแล้ว
เม