ๆ เลย บอกแล้วว่าเด็กตัวกะเปี๊ยกที่ขนยังขึ้นไม่ครบด้วยซ้ำอย่างเจ้า ต่อให้เป็นความชอบใหญ่หลวงเพียงไหนก็เวียนมาไม่ถึงเจ้าหรอก เจ้าโง่เรอะ บทเรียนคราวก่อนยังไม่หลาบจำใช่ไหม?”
จูซุ่นเจิ้งไม่พูดจา เขามองบริเวณห่างไกลออกไปด้วยความเจ็บใจ
คนผู้นั้นเกลี้ยกล่อมไม่สำเร็จ ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างยอมแพ้ “แล้วแต่เจ้า ข้านอนก่อนล่ะ”
เขาพลิกตัวลงนอนกลางพงหญ้า หลับไปทั้งอย่างนั้น
ราตรีลึกล้ำมากขึ้นทุกขณะ
จันทราแขวนอยู่กลางท้องนภา อ้างว้างวังเวง
ในดงหญ้า สิ่งที่ไม่ขาดแคลนที่สุดก็คือความเงียบ
เสียงลมพัด เสียงนก และเสียงแมลงดังระงมอยู่ริมโสต
หากถามจูซุ่นเจิ้ง “เจ้าเสียใจทีหลังหรือไม่?”
จูซุ่นเจิ้งคิดว่า อาจจะกระมัง แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้ ถ้าไม่ประสบความสำเร็จเป็นชิ้นเป็นอัน เขาก็จะไม่กลับไปหาสตรีผู้นั้นอีกตลอดกาล!
รุ่งสาง
ณ เรือนจูเหล่าซานและจูเหล่าซื่อ
การดูตัวครั้งก่อน จูซานจ้วงปลงใจกับหลิวเยี่ยนแล้ว ทว่าจูซื่อหู่ยังไร้คู่ตุนาหงัน แม่สื่อจึงนัดหมายให้ใหม่อีกครั้ง
คราวนี้จะไปดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลี่
หลี่ซื่อมีหัวคิดมากกว่าหลิวซื่อ ครั้นได้ยินว่าจะไปดูตัวที่หมู่บ้านสกุลหลี่ นางก็จัดการห่อข้าวของมาส่งให้เย่อวี๋หรานทันที “ท่านแม่ ถึงอย่างไรท่านก็ต้องไปอยู่แล้ว ฝากท่านเอาของไปให้บ้านเดิมของข้าหน่อยนะเจ้าคะ แหะ ๆๆ…”
เย่อวี๋หรานปรายตามอง “ไม่กลัวว่าข้าจะยึดของของเจ้าเอาไว้หรือ?”
“ท่านแม่มั่งมีกว่าข้า แล้วจ