ยนเข้าปากแล้วก็ต้องตกใจกับความลื่นของเส้นมันเทศ
“ท่านแม่ นี่จะลื่นเกินไปหรือเปล่า?! ไม่เหมือนบะหมี่เลยสักนิด ลื่นยิ่งนัก…”
นางอมไว้ในปาก ตัดใจกลืนลงไปไม่ได้อยู่เป็นนาน
เย่อวี๋หรานเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ข้าถึงได้บอกว่าไม่เหมือนบะหมี่อย่างไรเล่า มันลื่นแบบนี้แหละ ตอนนี้ยังไม่ได้ปรุงรสก็จะมีรสชาติแบบนี้ ไม่อร่อยเท่าไหร่ รอจนข้าลวกเส้นมันเทศเสร็จแล้ว ถึงตอนนั้นค่อยทำน้ำแกงมาราด ไม่แน่ว่าอาจไม่ต้องรอถึงตอนเย็น ตอนเที่ยงก็กินได้แล้ว”
จูปาเม่ยตั้งตารอคอย “เจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าช่วยท่านติดไฟนะเจ้าคะ เจ้านี่ต้องอร่อยแน่นอน!”
เพียงได้ชิมรส รสสัมผัสที่ไม่เคยได้ลิ้มลองมาก่อนก็ทำให้จูปาเม่ยติดใจเสียแล้ว
แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้ใส่เครื่องปรุงรส เส้นมันเทศยังไม่มีรสชาติอะไรมากนัก แต่ในสายตานาง เท่านั้นก็อร่อยมากแล้ว
เย่อวี๋หรานยังหั่นอีกหลายชิ้น ให้จูปาเม่ยเอาไปส่งให้บรรดาพี่สะใภ้ หลินซานเม่ย หลินซื่อเม่ย รวมถึงซานเป่าและซื่อเป่า เพื่อให้ทุกคนได้ลองชิมดู
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” จูปาเม่ยในตอนนี้ไม่ได้เอาแต่ใจเหมือนในอดีตอีกแล้ว เมื่อติดไฟเสร็จก็ยกออกไปนอกห้องครัว
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อกำลังทำงานอยู่หน้าโม่หินในลานเรือน
หลินซานเม่ยและหลินซื่อเม่ยช่วยดูแลซานเป่าและซื่อเป่าที่ยังเล็ก ขณะเดียวกันก็คอยช่วยงานอยู่ข้าง ๆ
พวกนางผลักโม่หินไม่ไหว แต่สามารถช่วยงานอย่างอื่นได้ เป็นต้นว่าส่งมันเทศต